
ครม. เคาะ 7 มาตรการช่วยเหลือด้านพลังงาน เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 400 บาท 1 เดือน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน – จ่อลดภาษีสรรพสามิต “เอกนิติ” เผย “นายกฯ” กำชับหน่วยงานรัฐทุกส่วนต้องประหยัด ย้ำ “ห้าม” ดูงานต่างประเทศ ด้าน “ปลัดฯคลัง” ชี้ ลดภาษีสรรพสามิต กกต.อนุมัติทำได้เลย
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าว แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ
นายเอกนิติกล่าวว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษวันนี้ เพื่อทราบถึงมาตรการที่หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความรุนแรง และเป็นวิกฤตพลังงานโลกที่กระทบทั่วโลก โดยให้กระทรวงพลังงานอัพเดตสถานการณ์ และรับทราบถึงเหตุผลความจำเป็นของมาตรการต่างๆ ที่ต้องปรับตัวตามวิกฤตของโลก และประเทศไทยจะต้องปรับตัวอย่างไร ในเชิงของการบริหารจัดการเรื่องพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และวิกฤตพลังงานของโลก
รมว.คลังกล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลผลกระทบประชาชน ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าวันนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังสามารถใช้กลไกเครื่องมือต่างๆ ด้านกฎหมายที่ทำได้ ซึ่งกฎหมายส่วนใดมีข้อจำกัดจะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา เพื่อให้ดำเนินการได้ และเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ในส่วนของราคาน้ำมันของไทยหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังห่างอยู่เยอะ มีโอกาสหรือไม่ที่แม้จะลดภาษีสรรพสามิตแล้ว ราคาน้ำมันอาจไม่ได้ลดลง รมว.คลังกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์พลังงานผันผวนมาก ส่วนหนึ่งที่ได้คุยกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คือวันนี้ราคาพลังงานขึ้นไปสูงมาก เราเอากองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยเต็มที่ และเอาสรรพสามิตเข้ามาช่วยเพิ่ม แต่ถ้าขาลงมาเมื่อไหร่ก็ต้องลดราคาให้กับประชาชนด้วย ตรงนี้เป็นหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้คุยกัน ดังนั้น เราจะติดตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เมื่อไหร่ที่ลดลงจะต้องมีการพิจารณาให้ลดลงด้วย
ถามว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมันสามารถกู้เงินโดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันสามารถทำได้ในช่วงนี้หรือต้องรอรัฐบาลใหม่ รมว.คลังกล่าวว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ เพราะทุกวันนี้เราพูดถึงหลักการในเรื่องของสรรพสามิตตามรัฐธรรมนูญ คือต้องทำโดยที่ไม่มีภาระผูกพัน ซึ่งเรื่องการกู้เงินจะทำให้ผูกพันรัฐบาลต่อไป ส่วนเรื่องภาษีสรรพสามิต วันนี้สิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอคือขออนุมัติหลักการที่จะลด และให้ไปดูตามกฎหมายว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ที่สำคัญคือจะต้องไม่ผูกพันรัฐบาลต่อไป ดังนั้น อาจจะลดได้แค่ช่วงนี้ เมื่อรัฐบาลใหม่มาจะพิจารณาอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่คณะรัฐมนตรีมอบเป็นหลักการไว้
รมว.คลังกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่าวันนี้เป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก จึงกำชับให้ส่วนงานราชการทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เข้มงวดในมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยได้สั่งการในมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานต่างประเทศขอให้ยกเลิก และให้ส่วนราชการต่างๆ ไปกำชับเรื่องนี้ การประชุมสามารถเดินทางได้ แต่การดูงานกำชับว่าห้าม เราต้องปรับตัวประหยัดทุกอย่าง เพราะทั่วโลกกระทบกับวิกฤตพลังงาน การใช้ไฟหรือแอร์ต่างๆ ได้กำชับให้ข้าราชการไปปฏิบัติตาม เราต้องปรับตัวหลายประเทศต้องปรับตัว
“วิกฤตพลังงานเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่พวกเราพยายามจะทำมากที่สุดคือนอกจากปรับตัวแล้ว ในส่วนของภาครัฐพยายามที่จะบรรเทาผลกระทบที่จะถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุกเครื่องมือ รวมถึงการคำนึงถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางที่จะดูแล และร่วมมือร่วมใจกันให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” รมว.คลังกล่าว
ขณะที่ ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า วันนี้ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 เรื่อง คือ 1.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรในระยะเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม 2.การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่ง ครม.เห็นชอบว่าจะมีการเติมเงิน ที่ปกติการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะเพิ่มให้อีก 100 บาทเท่ากับ 400 บาทต่อเดือนต่อคน โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะใช้เพียง 1 เดือนก่อน เมื่อเป็นรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง 3.กลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เบื้องต้นคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรเร็วที่สุดคือเรื่องของปุ๋ย ซึ่งมีโครงการธงเขียวสนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่ไปกับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และจะมีการสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า 5.มาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประมง ซึ่งจะลดผลกระทบได้ด้วยการการใช้น้ำมัน บี 20 ที่มีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาท 6.กลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ ทั้งภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มก่อสร้าง อาจจะมีช่วงสะดุดที่ไม่มีน้ำมันทำให้การส่งมอบงานเกิดความล่าช้า จึงจะดูเรื่องการขยายระยะเวลาตรวจรับที่เหมาะสมโดยที่ค่าปรับยังอยู่ แต่จะดูให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและ 7.มาตรการช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี กระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสินเตรียมซอฟต์โลนไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยทั้งระบบซัพพลายเชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มมา นายลวรณกล่าวว่า ข้อกฎหมายทางกรมสรรพสามิตกำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทำได้แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแล้วต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้า กกต.อนุญาตก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา
ถามว่า ถ้ามีการลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงมาหรือแค่พยุงไม่ให้ปรับขึ้นราคาอีก นายลวรณกล่าวว่า ก็ตรงไปตรงมา ตอนนี้สมมุติว่าถ้าสรรพสามิตเก็บอยู่ 5 บาท ภาษีลดไปเท่าไหร่น้ำมันก็ต้องลงไปตามนั้น
เมื่อถามว่า ในเรื่องของงบช่วยกลุ่มเปราะบางต้องขออนุญาต กกต.ด้วยหรือไม่ นายลวรณกล่าวว่า เหมือนกันต้องขออนุญาต
ด้าน นางศุภจีกล่าวเสริมว่า เรื่องการขออนุญาต กกต.คือเรื่องการเติมเงินให้กลุ่มเปราะบางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เมื่อถามว่า เงินเปราะบางที่เพิ่ม 100 บาทใช้งบประมาณเท่าไหร่ และในส่วนของภาษีสรรพสามิตกระทรวงการคลังได้คำนวณรายรับที่จะลดลงแล้วหรือไม่ว่าจะกระทบขนาดไหน นายลวรณกล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีผู้ถือบัตรอยู่ 13.3 ล้านคน ฉะนั้นคนละ 100 บาทก็จะเป็นเงิน 1,300 ล้านบาทเศษ และวันนี้เราต้องขอใช้งบกลางซึ่งเป็นอำนาจของ ครม.ที่เสนอเรื่องมาและได้รับความเห็นชอบแล้ว แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการเลยมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นแต่ขอย้ำว่าสิ่งที่ทำได้รัฐบาลจะทำทุกมาตรการ อะไรทำได้พร้อมทำ จะต้องไปขอก็ขอ เพื่อให้การเยียวยาไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องภาษีสรรพสามิตนั้นข้อกฎหมายก็เรื่องหนึ่ง ส่วนอัตราความสูญเสียขึ้นอยู่ว่าเราจะปรับลดลงเท่าไหร่ นั่นเป็นสิ่งที่กรมสรรพสามิตต้องไปดูในรายละเอียด
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ปลดคลง #ช #ลดภาษสรรพสามต #กกต.อนมตทำไดทนท #นายกฯ #สงเขมราชการ #เลกดงานตางประเทศ


