
พิษน้ำมันแพง ชาวสุรินทร์โอด แหล่งท่องเที่ยวซบเซา ประชาชนไม่ออกจากบ้านไปเที่ยว
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้สื่อข่าว “Moo-Moo News” รายงานผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าครองชีพพุ่งสูงตาม ทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน ส่งผลให้ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ทั่วไปได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปตามๆ กัน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคลายร้อน อย่างเช่น ทะเลสาบเซราะกราวห้วยระไซร์ ตำบลสวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งปกติช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปีจะมีประชาชนพาบุตรหลานมาท่องเที่ยวเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนกันแน่นสถานที่ เนื่องจากเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทมอด้วย แต่ละแพไม่มีว่าง ทำให้ร้านค้ามีรายได้ตามไปด้วย แต่มาปีนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กลับพบว่ามีผู้คนมาเที่ยวคลายร้อนกันบางตามาก แพของแต่ละร้านค้าโล่ง มีลูกค้าน้อยมาก บ้างร้านทั้งวันไม่ได้ลูกค้าเลยก็มี ต้องแบกรับภาระลูกจ้าง ค้าวัตถุดิบในการนำมาประกอบอาหาร รวมถึงค้าสถานที่ด้วย
น.ส.พรชนก พูนมั่น อายุ 36 ปี เจ้าของแพอินดี้ เปิดเผยว่า ปกติแพบริเวณนี้จะเต็มหมดแล้ว แต่มาปีนี้โล่งเลย บ้างเจ้าได้บ้างไม่ได้บ้าง แตกต่างจากปีที่แล้วหน้ามือเป็นหลังมือ ลูกค้าน้อยลงกว่าทุกปี ปีนี้คือ ฝืดเคืองมาก ช่วงเดือนมีนาคมปกติคนจะแน่นมากแตกต่างจากปีที่แล้ว สาเหตุหลักๆ มาจากน้ำมันแพง รายได้ลดลงเกินครึ่งจากปีที่แล้วเคยได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ได้มาก็ซื้อของไม่เหลือเก็บ ซึ่งทุกๆ ปีจะมีเก็บบ้าง ร้านค้าบริเวณนี้ลำบากเหมือนกันทุกร้าน อยากให้รัฐบาลแก้เรื่องน้ำมัน และเศรษกิจ ที่ข้าวของสินค้าราคาแพงขึ้น ต้นทุนสูงเราก็อยู่ไม่ได้ต้องเพิ่มราคาอาหารตามจานละ 5-10 บาท กระทบไปทุกอย่างเป็นห่วงโซ่ จะลงทุกอะไรมากก็ไม่ลงทุกตอนนี้แย่มาก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#พษนำมนแพง #ชาวสรนทรโอด #แหลงทองเทยวซบเซา #ประชาชนไมออกจากบานไปเทยว


