
ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ทั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ไปจนถึงการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้ก้าวข้ามวิกฤตที่เกิดขึ้น ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัทให้บริการด้าน AI Transformation และ AI Data Technology ให้ความเห็นว่าท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น องค์กรที่มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถก้าวข้ามวิกฤตที่เกิดขึ้นได้
บริหารจัดการข้อมูล ด้วยเทคโนโลยี AI
“ขณะที่เศรษฐกิจโลก เผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น การบริหารจัดการข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) ที่ทันต่อสถานการณ์ เพื่อนำมาใช้ในการประมวลผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และนำมาใช้ในการปรับกลยุทธ์องค์กรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นแนวทางที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ซึ่งการจัดเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real Time ในปัจจุบัน เทคโนโลยี AI สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก และนำมาวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการวิเคราะห์ข้อมูลของ AI จะมีทางเลือกให้กับภาคธุรกิจในแต่ละความเป็นไปได้ของแต่ละสถานการณ์ (Scenario) จากเบาไปหาหนัก เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้บริหารใช้เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการองค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น” ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว
ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากภาวะสงคราม การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการประเมินสถานการณ์ (Geopolitical Intelligence) เป็นรายชั่วโมง โดยการใช้เทคโนโลยี AI จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริหารองค์กรในปัจจุบัน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยประมวลผลความเป็นไปได้ของแต่ละสถานการณ์ และโอกาสของความเสี่ยงที่เกิดขึ้น อาทิ สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น อาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาด้านการขนส่งสินค้า รวมไปถึงกำลังซื้อที่มีแนวโน้มที่ชะลอตัวลง กระบวนการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบดังกล่าว อาจส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นรายได้ที่ลดลง
จากสถานการณ์ต่างๆ ที่ยากจะคาดเดาจากปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจ โมเดล AI จะสามารถเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเท่าไหร่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง จะส่งผลให้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นในแต่ละระดับราคาเท่าไหร่ จะมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรในแต่ละความเป็นไปได้ (Scenario) เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่มีความไม่แน่นอนสูง และยากจะคาดเดาได้ในปัจจุบัน
“ในอดีตเมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดจากปัจจัยภายนอก ทั้งสถานการณ์สงคราม สถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการแพร่ระบาดของโรคระบาด การเก็บรวบรวมข้อมูลและการคาดการณ์สถานการณ์ต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล แต่ปัจจุบัน AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการนำข้อมูลมาประมวลผลให้เห็นความเป็นไปได้ในแต่ละระดับ ตั้งแต่ Base Case ไปจนถึง Worst Case Scenario เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้บริหารนำไปใช้ในการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้รวดเร็วขึ้น” ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว
AI กับการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
ในขณะเดียวกัน AI ยังสามารถที่จะนำมาใช้ในการตรวจจับและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ที่เกิดจากสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ จากรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ล่าสุด ระบุว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อุตสาหกรรมบริการทางการเงินของสหรัฐ อยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับสูง ต่อความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ โดยสถาบันการเงินหลายแห่งได้เพิ่มการตรวจสอบและติดตามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเข้มงวด เนื่องจากการโจมตีในลักษณะดังกล่าวมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานตรวจสอบและติดตามภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์
ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ Automated Treat Detection ซึ่งเป็นระบบที่นำ AI มาใช้ในการตรวจจับความผิดปกติ (Anomalies) ในระบบเครือข่าย เพื่อป้องกันการเจาะระบบจากกลุ่มแฮกเกอร์ รวมไปถึงมีการนำ AI มาช่วยในการร่างแผนรับมือและกู้คืนระบบ (Business Continuity Plan) ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน
“อย่างไรก็ตาม AI เป็นเพียงเครื่องมือ ที่เข้ามาช่วยในการทำงานและเพิ่มทางเลือกในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริหาร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และข้อมูลที่มีเข้ามาจำนวนมหาศาล แต่ AI ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการปัญหาได้ทั้งหมด สุดท้ายการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับความผันผวน และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น คือ การเลือกใช้ข้อมูลและการตัดสินใจของผู้บริหารต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#กบการบรหารองคกรทามกลางวกฤต


