
‘อนุทิน’ นำถกผลกระทบตะวันออกกลาง ยันน้ำมันไทยมีเพียงพอ ‘ศุภจี’ ชงหารืออิหร่านเปิดช่องค้าขาย กต.บอกข่าวดี 16 มี.ค. 20 ลูกเรือถึงไทย
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และคณะกรรมการ ศบก. ร่วมประชุมด้วย
โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดพัทลุง จึงวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามาร่วมประชุมแทน พร้อมกันนี้ยังมีตัวแทนผู้ประกอบการบริษัทผู้ค่าน้ำมันเข้าร่วม
นายอนุทินยืนยันกับที่ประชุมว่า สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท
นายอนุทินระบุว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่าผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงจะช่วยสร้างความมั่นใจของประชาชน และให้ผู้ค้าน้ำมันบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุก หรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการตามปกติ
นายอนุทินเผยว่า ยืนยันหน่วยงานด้านพลังงานของไทยยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน และยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในระยะใกล้
ด้านนางศุภจีกล่าวถึงโอกาสทางการค้าของไทยท่ามกลางวิกฤตว่า ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทยหากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย
ก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น โดยบางช่วงการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
สำหรับกรณีเรือสินค้ามยุรีนารี ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือจำนวน 20 คน ออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อค่ำวันที่ 14 มี.ค. โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ (15 มี.ค.) และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันที่ 16 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในวันนี้ รมว.ต่างประเทศได้ประสานงานกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกเรือต่อไป
นายกฯเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลสถานการณ์พลังงานและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางในการจัดหาเชื้อเพลิงและสิ่งจำเป็นให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อนทน #ยนพลงงานไทยไมวกฤต #ไรสญญาณขาดแคลนนำมน #ศภจชงหารออหราน #เปดชองคาขาย


