
สภาอุตสาหกรรมขอนแก่น วอนรัฐขยายสัญญาจ้างงาน หลังผู้ประกอบการกระทบหนักจากเหตุน้ำมันขาดแคลน-ของราคาแพง พร้อมเร่งสำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องส่วนกลางขอรับการช่วยเหลือ กังวล ‘สินภูฮ่อม’ หมดสัญญาในอีก 2 ปี ควรเร่งกำหนดมาตรการรับมือ หวั่นภาวะขาดแคลนพลังงานอีกระลอก
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ได้เร่งสำรวจผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อสรุปเป็นข้อมูลรวมส่งให้กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการกำหนดทิศทางการให้ความช่วยเหลือ พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรับจ้าง โดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้างอาคารและถนนที่ขณะนี้ประสบปัญหาของการขาดแคลนน้ำมันอย่างมาก หลายบริษัททำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากไม่มีน้ำมัน อีกทั้งราคาวัตถุดิบต่างๆ ก็ปรับตัวขึ้น ซึ่งหากลงมือทำไปก็จะส่งผลต่อภาวะขาดทุนที่ชัดเจน
“เมื่อเรารวบรวมรายชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบทั้งจังหวัด และระบุถึงรายละเอียดปัญหาและแนวทางการแก้ไขหรือขอรับการสนับสนุนเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการส่งเรื่องไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อให้ขับเคลื่อนแนวทางการช่วยเหลือหรือเยียวยา ทั้งเรื่องการจัดสรรน้ำมันให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งในเรื่องของราคาน้ำมันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมตามแนวทางการส่งเสริมการลงทุน
ที่สำคัญคือรัฐควรขยายเวลาการทำสัญญาจ้างงาน หรือขายเวลาการส่งมอบงานออกไปก่อน เพราะผู้ประกอบการต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น รวมทั้งสถานการณ์น้ำมันที่ยังไม่คงที่ จึงทำให้การบริหารจัดการด้านต้นทุนและการดำเนินงานในโครงการต่างๆ ต้องชะลอตัวไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ระบุ
ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น กล่าวต่อว่า ขอนแก่นเป็นที่ตั้งของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าจะหมดอายุในอีก 2 ปี (หมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2572) ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลใจอย่างมาก เพราะหากหมดอายุหรือหมดสัญญาใดๆ ก็หวั่นจะส่งผลกระทบด้านพลังงานให้กับภูมิภาคอีก ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบควรวางแผนในการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่ โดยเฉพาะพลังงานธรรมชาติและกลุ่มก๊าซต่างๆ ในพื้นที่อย่าเร่งด่วนด้วย เพื่อที่จะวางแผนการบริหารจัดการร่วมกันหรือการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงทุกฝ่ายกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้อีกระลอก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ออกมาเผยถึง “กฎหมายปิโตรเลียม” กับ เว็บข่าว Moo-Moo News ซึ่งกรมยู่ระหว่างของการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. … โดยเฉพาะเรื่องการบริหารสัญญากับบริษัทผู้ผลิตปิโตรเลียม เช่น ความต่อเนื่อง ระบบผลประโยชน์ของเอกชนและภาครัฐในการเปิดให้สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งปัจจุบันไทยมีทั้งระบบสัมปทานและระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) แต่อาจจะต้องเพิ่มอีกระบบ เพื่อใช้สำหรับแหล่งปิโตรเลียมที่หายาก มีน้อย
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเผยว่า กฎหมายปิโตรเลียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2514 หากได้ ครม.ชุดใหม่เข้ามา ก็พร้อมเสนอเพื่อการพิจารณา ก่อนจะเสนอต่อรัฐสภาพิจารณาต่อไป
อธฺบดีเผยด้วยว่า ปัจจุบันมีแหล่งปิโตรเลียมสินภูฮ่อม และแหล่งสิริกิติ์ (S1) จะสิ้นสุดการต่ออายุสัญญาสัมปทานในปี 2572 และปี 2574 ตามลำดับ ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถต่ออายุสัมปทานได้อีก ทั้งๆ ที่แหล่งปิโตรเลียมดังกล่าวมีศักยภาพในการผลิตก๊าซและน้ำมันได้นาน 10 ปี หากเปิดประมูลใหม่เกรงว่าจะมีปัญหาขาดความต่อเนื่องเหมือนกรณีเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ (G1/65) ดังนั้น การผลักดันกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดการเสี่ยงโอกาสด้านพลังงานและรายได้ของประเทศ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สภาอตฯขอนแกน #กงวลแหลงกาซ #สนภฮอม #หมดอายสมปทานป72 #ซำเตมผลกระทบพลงงานหรอไม


