นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงความชัดเจนของมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ของรัฐบาล โดยชี้ว่าเป้าหมายยังคลุมเครือระหว่างการมุ่งลดการใช้น้ำมันหรือต้องการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศกันแน่
ชี้รถเก๋ง EV ตลาดเดินหน้าได้เอง ไม่ต้องอุดหนุน
นายอิสริยะระบุว่า รัฐบาลไม่ควรนำรถเก๋งส่วนบุคคลมารวมในมาตรการนี้ เนื่องจากตลาดรถ BEV และ HEV กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ เห็นได้จากยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ที่รถ BEV มีสัดส่วนถึง 60% และราคาลดลงมาอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่รัฐต้องนำงบประมาณมาอุดหนุนอีก
แนะโฟกัส “รถกระบะ” แก้ปัญหาน้ำมันดีเซลและควันดำ
ประเด็นสำคัญคือไทยมีการใช้น้ำมันดีเซลมากกว่าเบนซินถึง 2.3 เท่า รัฐจึงควรให้ความสำคัญกับกลุ่มรถกระบะ รถบรรทุก และรถบัส โดยเฉพาะ รถกระบะเก่า ที่มีปัญหาเรื่องการปล่อยคาร์บอนและควันดำ ซึ่งมีอัตราการตรวจสภาพไม่ผ่านสูงถึง 2.51% (สูงกว่ารถส่วนบุคคล) หากรัฐโฟกัสกลุ่มนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ 3 ด้านพร้อมกัน คือ ลดการใช้เชื้อเพลิง, ลดคาร์บอน และลดควันดำ
ข้อจำกัดของกระบะไฟฟ้า (BEV) ในปัจจุบัน
- น้ำหนักบรรทุกน้อยลงเพราะต้องแบกแบตเตอรี่
- ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จยังสู้รถน้ำมันไม่ได้
- ระยะเวลาชาร์จช้า และราคาสูงกว่ารถดีเซลเกือบเท่าตัว
เสนอ 3 แนวทางจูงใจเปลี่ยนรถกระบะ
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ทำได้จริง นายอิสริยะเสนอให้รัฐใช้วิธีให้เงินอุดหนุนตามระดับความรักษ์โลก ดังนี้:
- ระดับที่ 1: รถกระบะดีเซลเก่า → กระบะดีเซลใหม่ (เทคโนโลยีใหม่ขึ้น ลดคาร์บอนลง)
- ระดับที่ 2: รถกระบะดีเซลเก่า → กระบะ HEV (ไฮบริด ลดการใช้ดีเซล)
- ระดับที่ 3: รถกระบะดีเซลเก่า → กระบะ BEV (ไฟฟ้าล้วน ไม่ปล่อยมลพิษ)


