
ส.ประมง มอง ลดราคาน้ำมันเขียวยาก เหตุอิงตลาดโลก หวั่นกระทบวงกว้าง เลิกจ้างงาน อาหารทะเลแพง
นายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการปรับลดราคาน้ำมันเขียวนั้น มองว่าทำได้ยาก เนื่องจากอิงกับราคาตลาดโลก โดยมีสิงคโปร์เป็นฐานอ้างอิง ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นภาระต้นทุนสำคัญของภาคประมง ซึ่งเครื่องยนต์เรือประมงส่วนใหญ่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบเก่า หากมีการนำน้ำมันทางเลือกอย่าง B20 ที่มีค่าซีเทนต่ำมาผสมเพื่อใช้ในภาคประมง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาปรับใช้ แต่ทั้งนี้ต้องขอพิจารณารายละเอียดและผลกระทบต่อเครื่องยนต์อย่างถี่ถ้วนก่อน
นายไตรฤกษ์ กล่าวว่า สำหรับระดับราคาที่ภาคประมงสามารถดำเนินธุรกิจได้ หากราคาดีเซลบนบกอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันสำหรับเรือควรต่ำกว่าประมาณ 5–10 บาทต่อลิตร เนื่องจากเรือประมงใช้น้ำมันในปริมาณสูง โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตรต่อเที่ยว โดยปัจจุบันเรือประมงทั่วประเทศมีประมาณ 8,000 ลำ ใช้น้ำมันรวมเฉลี่ย 40–50 ล้านลิตรต่อเดือน และอาจเพิ่มเป็น 80–90 ล้านลิตรต่อเดือน หากออกเรือเต็มกำลัง
ขณะเดียวกัน ในหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำมันขาดและมีการจำกัดปริมาณจำหน่าย ส่งผลให้สมาคมประมงต้องประสานกับสถานีบริการน้ำมันเป็นรายเพื่อให้สามารถจัดหาน้ำมันแก่ชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กให้ออกเรือได้
นายไตรฤกษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ประเมินว่า จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งการจอดเรือ การเลิกจ้างแรงงาน และอาจทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่ขณะนี้สมาคมการประมงฯ ยังไม่มีแผนเคลื่อนไหวด้วยการชุมนุม โดยหวังว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาให้ได้ แต่หากไม่สามารถหาทางออกได้ อาจต้องหารือร่วมกับเครือข่ายประมงทั้ง 22 จังหวัด เพื่อกำหนดท่าทีในระยะต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ส.ประมง #มอง #ลดราคานำมนเขยวยาก #เหตองตลาดโลก #หวนกระทบวงกวาง #เลกจางงาน #อาหารทะเลแพง


