โคจรร่วมงานกันครั้งแรกในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-สืบสวนเรื่อง “พระไม้” สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘ภณ’ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ กับนางเอกสาว ‘มุกดา นรินทร์รักษ์’
โดยวันนี้ทั้งคู่ควงกันมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทที่ได้รับที่ถือว่าท้าทายฝีมือ และนับเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการแสดง
หลายคนอยากรู้พระไม้คืออะไร?
ภณ – “พระไม้ คือความเชื่อของทางภาคอีสาน ปกติคนทั่วไปจะมีความเชื่อว่าพระเป็นสิ่งมงคล ควรเอาไว้ที่บ้าน กราบไหว้บูชา แต่พระไม้ในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหมือนของที่เอาไว้ใช้สะเดาะเคราะห์ ทำขึ้นมาเพื่อสะเดาะเคราะห์นำสิ่งไม่ดีออกไป เพราะฉะนั้นการที่ใครได้พระไม้นี้ไป ก็จะมีอันเป็นไป มีหายนะ มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น”
ส่วนตัวเราสองคนมีความรู้เรื่อง พระไม้ มาก่อนไหม?
มุก – “ถ้าตอนแรกเลยเราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพระไม้มาก่อน ก็มีการไปเสิร์ชหาข้อมูล ผู้กำกับฯ โทร.มาอธิบายทุกอย่างรายละเอียดของเรื่องนี้ว่ามันมีความเป็นมายังไงในช่วงแรกที่เราจะรับโปรเจ็กต์นี้ก็เลยเข้าใจมากขึ้น”
ภณ – “เหมือนกันครับ ตอนได้รับทาบทามผมก็งงว่าพระไม้คืออะไร พระที่ทำจากไม้แค่นี้หรือเปล่า ก็รีบค้นหาเลย ได้ความรู้เบื้องต้นว่ามันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงเป็นพระทางภาคอีสาน ที่เขาทำเป็นเพื่อพุทธบูชา สะเดาะเคราะห์ จะเอาไว้ในถ้ำ มีความหลอน มีความน่ากลัว มีเรื่องที่ลี้ลับ เรามีการไปถ่ายทำทางภาคอีสาน สถานที่จริง ไปถ่ายในถ้ำจริง จะมีความน่ากลัว เพราะถ้ำอยู่ในเขตวัดด้วย ผมไปถึงรู้สึกว่ามีความขลัง ไหนจะเรื่องพร็อพต่างๆ”
มุก – “แต่ระหว่างถ่ายก็ใช้เป็นพระที่เป็นพระไม้จริงๆ ที่เอาไปใส่ไว้ในถ้ำจริงๆ ประกอบการถ่ายทำ ก็จะมีผสมอยู่โดยไม่ได้บอกเรา ก็จะมีคนที่รู้อยู่แล้วว่าอันไหนเป็นพร็อพ อันไหนเป็นของจริง”
ภณ – “ผมเห็นพระเยอะ เลยถามผู้กำกับฯ ว่า อันนี้เป็นพร็อพหมดใช่ไหม เขาบอกก็มีผสมๆ บ้าง ฮะ ผสมๆ คือยังไงครับ (หัวเราะ) พระไม้มีทั้งของจริงและที่เป็นพร็อพ ผมขนลุกทุกครั้งที่เดินผ่าน คือเขาทำดีมาก”
บทบาทของเราทั้งคู่เป็นอย่างไร?
มุก – “เป็นอะไรใหม่ๆ สำหรับตัวมุก ในเรื่องรับบท แพง เป็นนักวิชาการ เป็นนักโบราณคดีที่ทำวิจัยเรื่องพระไม้ ก็เลยอาจจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับพระไม้ ในคำพูดที่ใช้ในบทจะมีความยากกว่าปกติ ก็เป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ๆ บวกกับเป็นสืบสวนสอบสวนแนวฆาตกรรม ผีๆ ด้วย เรายังไม่เคยเล่นแนวนี้มาก่อน ก็รู้สึกชอบ”
ภณ – “ผมรับบทเอก เป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ที่เรียกได้ว่ามีความเชื่อทางหลักฐานและวิทยาศาสตร์เยอะมากๆ จะไม่ค่อยเชื่อทางด้านไสยศาสตร์เลย แต่ส่วนตัวภณมีความเชื่อทางด้านลี้ลับบ้าง เรามีความเชื่อค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นมันจะขัดแย้งกับบุคลิกของภณเอง เวลารับเล่น ก็ยากนิดนึง บางคำพูดบางอย่างที่พูดออกไปมันจะมีความขัดแย้งในตัวเอง แต่ก็ต้องทำหน้าที่นักแสดงให้ดีที่สุด”
มุกล่ะ มีความเชื่อเรื่องลี้ลับไหม?
มุก – “เชื่อ ไม่ลบหลู่ คือไม่รู้หรอกมีหรือไม่มี แต่ในใจเชื่อ แล้วก็ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะไหว้ไว้ก่อน บอกกล่าวไว้ก่อน เราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ โดยเฉพาะบทของแพงเขาเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลย อาจจะมีคำพูดบางอย่างที่ไม่เชื่อ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ อยู่ตลอดเวลา แต่ส่วนตัวเราก็ไหว้เพื่อความสบายใจของเรา”
ในระหว่างถ่ายทำมีเจออะไรแปลกๆ อาถรรพ์อะไรบ้างไหม?
มุก – “เราสองคนไม่ได้เจอ เราอาจอาจจะเหนื่อยกันจัด เลยไม่ได้เจออะไร (หัวเราะ)”
ภณ – “อาจจะไม่ได้โฟกัสอะไรหรือเปล่า แต่มันก็เป็นบรรยากาศที่หลอนๆ อยู่แล้วด้วย แต่เราไม่ได้เจอเอง ทีมงานจะเจอ คือเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตอนนั้นที่เขามาเล่าให้ฟังก็กลัว ต่อให้มันเป็นตอนกลางวันก็ตาม
ทีมงานคนนึงเขากำลังรอหน้าเซ็ต รอจัดไฟอยู่ในถ้ำ เรานั่งอยู่ปากถ้ำ แล้วพี่คนนี้เขาทำต่างหูหล่น แต่เขาหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ งั้นไม่หาดีกว่า แล้วเขาก็มาเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ต่างหูจะหล่น เขาได้ยินเสียงผู้หญิงกระซิบว่า ขอนะ เขาเลยคิดว่างั้นไม่หาแล้ว ให้เขาไปแล้วกัน เขารู้อยู่คนเดียวตอนนั้น แล้วมาบอกทีหลังว่าพี่ได้ยินเสียงกระซิบ”
เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ไหมที่เล่นหนังเกี่ยวกับความหลอนความเชื่อ?
ภณ – “ครั้งแรกครับ ก่อนหน้านี้จะเป็นแบบคอมเมดี้ แต่เรื่องนี้ฟีลหลอนที่เป็นความเชื่อจริงๆ เอามาล้อกับหนัง ตัวละครแพงกับเอกจะสืบสวนหาความจริงไปพร้อมกับคนดูเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกๆ ศพที่มีการตายเกิดขึ้น ถึงมีพระไม้อยู่ในที่เกิดเหตุ”
มุก – “มุกก็ครั้งแรกที่เป็นเกี่ยวกับความเชื่อ ตัวมุกเป็นนักวิจัยที่บังเอิญทำงานวิจัยเกี่ยวกับพระไม้พอดีเลยเข้ามาเกี่ยวเนื่องในคดีทุกๆ อย่าง เพราะเรากับอาจารย์เราเป็นแค่สองคนที่มีความรู้เกี่ยวกับพระไม้จริงๆ ที่จะช่วยเอกได้”
แสดงว่าในเรื่องไม่มีฉากกุ๊กกิ๊กเลย เป็นแค่พาร์ตเนอร์เพื่อสืบคดี?
มุก – “จริงๆ ในเรื่องเราถึงขั้นจะแต่งงานกันด้วย เลยคำว่าแฟน เลยคำว่าทุกอย่างแล้ว เราคู่กันแล้ว เราใช้ชีวิตด้วยกัน แต่มามีปัญหากันในช่วงชีวิตนึง มันเป็นปมปัญหาที่เข้ามาเกี่ยวกับพ่อแม่เรา ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทางมันสั่นคลอน จริงๆ เราก็มีพาร์ตรักกัน แต่โดนตัดออก (หัวเราะ) มันหายไป แต่เข้าใจได้”
อย่างเราทั้งคู่มาเล่นคู่กันครั้งแรก สนิทกันไหม?
มุก – “ใช้ความเงียบเพื่อความสนิทค่ะ”
ภณ – “หลายคนบอกว่ามุกดาเงียบๆ ภณก็เงียบๆ เวลาเจอกันมันไม่ยิ่งเงียบเหรอ แต่ไม่นะครับ มันจะมีความเงียบที่ค่อยๆ ซึม แล้วเหมือนจะรู้ด้วยตัวเอง”
มุก – “ต้องบอกว่าเราสองคนไม่ใช่อยู่ดีๆ เดินไปคุยกันแล้วสนิทกัน เราไม่ใช่แนวนั้น เราเป็นแนวเงียบๆ อยู่ดีๆ จะทักก็ทัก อยู่ดีๆ จะคุยก็คุย มันเป็นแว้บๆ ที่หนูก็รู้สึกว่าเขาก็รู้แหละว่าเอ็นเนอร์จี้เราเป็นแบบนี้”
เป็นคนอินโทรเวิร์ตทั้งคู่ไหม?
มุก – “หนู่น่ะอินโทรเวิร์ตแน่นอน”
ภณ – “ผมก็อินโทรเวิร์ตนะ (หัวเราะ) ผมน่ะเข้าใจ เวลาที่เขาอยู่สถานการณ์แบบนั้นน่ะ เขาต้องการอะไร ซึ่งก็คงเหมือนความรู้สึกผม ที่บางทีผมต้องการปลีกออกมา เพราะต้องการสมาธิอะไรอย่างเงี้ย เขาก็คงเป็นเหมือนกัน ผมเลยไม่อยากไปกวนเขา จะกวนในพาร์ตที่แบบอันนี้เราเล่นได้”
มุก – “ใช่ หนูน่ะเป็นคนเงียบ แต่หนูไม่ถึงขั้นทำงานยาก หนูยังรู้จุดว่าอันนี้น่ะเล่นได้ ช่วงกินข้าว คุยบ้างนิดหน่อย ที่นิดหน่อยไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยนะ แต่เพราะเราคุยไม่เก่ง แต่เวลาเราคุยกับเขา เป็นคำพูดแบบกวนๆ กวนตีนไปเลย พูดแปลกๆ ไปเลย ถามอะไรแปลกๆ เขาก็แบบเอ้อ”
คาดหวังแค่ไหนที่แฟนๆ จะได้รับชมเราอีกบทบทหนึ่ง?
มุก – “มุกว่าก็เป็นอะไรใหม่ๆ อยากให้ทุกคนสนับสนุน เป็นอีกผลงานหนึ่งที่คนไทยสร้าง และคิดว่าหลายๆ คนน่าจะชื่นชอบ เป็นการเล่าภาพยนตร์ออกมาอีกในรูปแบบหนึ่ง ด้วยการมีตัวเชื่อมโยงที่มีความน่ากลัวจากพระ เป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับตัวเราและสำหรับทุกๆ คนด้วย ที่จะมีสื่อกลางเป็นพระ”
ภณ – “ซึ่งพระก็เหมือนเป็นความเชื่อจริงๆ ด้วยแล้วเอามาใส่ในหนัง แล้วสร้างสีสันอรรถรสเข้าไปทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจ”
ติดตามภาพยนตร์เรื่อง “พระไม้” ได้แล้ว ในโรงภาพยนตร์
วีรนุช จันทำ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อาทตยใส #ภณมกดาจบคกนครงแรก #สบหาความจรงพระไมสดหลอน


