
เปิดเคล็ดลับ”มาสด้า6e” โชว์มิติใหม่รถไฟฟ้ามาตรฐานสูง
ในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีจากจีนเข้ามาถล่มตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วงแรก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องถือว่าบรรดาค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอยู่ในอาการซวนเซยอดขายทรุดไปตามๆ กัน เพราะรถอีวีจีนมาทั้งรุ่นใหม่ รูปลักษณ์ทันสมัย แถมหั่นราคากันอย่างดุเดือด ตอนแรกหลายคนคงยังมองไม่ออกว่าค่ายญี่ปุ่นจะเอาอะไรมาแข่งขันกับรถอีวีจีน
แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เมื่อค่ายญี่ปุ่นตั้งหลักได้ พัฒนารถอีวีออกมาหลายค่ายหลายรุ่น แม้ว่าราคาจะยังสูงกว่ารถอีวีจีน แต่เมื่อดูจากคุณภาพรถ ความทนทาน ที่สำคัญคือบริการหลังการขายเครือข่ายแข็งแกร่งกว่ารถจีนมาก ทำให้ระยะหลังรถอีวีจากค่ายญี่ปุ่นเริ่มได้รับการยอมรับจากลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นชัดเจน อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 มาสด้าจัดกิจกรรม The All-Electric Mazda6e Premiere Test Drive ทดสอบสมรรถนะการขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้า มาสด้า6อี (The All-Electric Mazda6e) รถไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย สะท้อนตัวตนมีเอกลักษณ์ความเป็นรถมาสด้าชัดเจนมาก
กิจกรรมการทดสอบสมรรถนะการขับขี่ The All-Electric Mazda6e จัดขึ้นในสนามทดสอบรูปแบบปิด ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ แบ่งหลายสเตชั่นการทดสอบ เพื่อให้ได้สัมผัสเอกลักษณ์การขับขี่แบบฉบับของรถมาสด้าได้เต็มที่ ทั้งอัตราเร่ง 0-100 กม/ชม ระบบเบรกและการรีเจนเนอเรทีฟ เบรกกิ้ง ระบบบังคับเลี้ยว การควบคุมพวงมาลัย การเปลี่ยนเลนกระทันหัน การเข้าโค้งต่อเนื่อง รัศมีวงเลี้ยวในที่แคบ ความเงียบห้องโดยสารจากประสบการณ์การขับจริง ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS มาสด้าใส่ให้มามากมายหลายระบบ ระบบและเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ มาพร้อมกับตัวรถ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบ “สิรคุปต์ เมทะนี” และทีมงาน ดูแลใกล้ชิด
ด้านสมรรถนะการขับขี่ ด้วยดีไซน์ตัวถังกว้าง จุดศูนย์ถ่วงต่ำและการกระจายน้ำหนักเพลาหน้าและเพลาหลังแบบ 50:50 ทำให้มีเสถียรภาพและมั่นคงในการขับ ให้ความสมดุลในขณะเข้าโค้ง ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วและยางมิชลิน เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มาสด้ามองว่าเทคโนโลยีแชสซีคือหัวใจสำคัญของการควบคุมรถที่ดี จึงติดตั้งระบบช่วงล่างแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหน้า ระบบช่วงล่างอิสระแบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลัง ช่วยควบคุมพลวัตและท่าทางของรถได้ดีขึ้น ตอบสนองแม่นยำขึ้น ระบบเบรกแบบบูรณาการขั้นสูง ทำให้มีความต่อเนื่องในการขับระหว่างการเลี้ยว การชะลอความเร็ว และการหยุดรถ
หัวใจสำคัญของแบรนด์มาสด้าตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษของการพัฒนารถยนต์ คือความสุขในการขับขี่แบบ “Jinba-Ittai” ในกระบวนการพัฒนาสมรรถนะการควบคุมรถของ Mazda6e วิศวกรของมาสด้าได้เริ่มต้นจากสถานการณ์การใช้งานรถที่ผู้ใช้ใช้งานบ่อยที่สุด ผสานรวมลักษณะการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับเทคโนโลยีการปรับแต่งเฉพาะ เพื่อให้ได้อัตราเร่งนุ่มนวลและต่อเนื่องมากขึ้น เบรกมั่นใจและปลอดภัยขึ้น การเข้าโค้งสะดวก พวงมาลัยแม่นยำและมั่นคงขึ้น
Mazda6e เป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากมาสด้ารุ่นแรกในประเทศไทย มาพร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มาพร้อม 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium ภาพลักษณ์สปอร์ต ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยหนังสีดำแบบสปอร์ต และรุ่น Exclusive ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนัง Nappa Suede สีแทน พร้อมดีไซน์พิเศษถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนาและการออกแบบของมาสด้า KODO: Soul of Motion
สำหรับจุดเด่นของ Mazda6e ดีไซน์สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม (Soul of Motion) ผสานความมีเสน่ห์ของรถสปอร์ตคูเป้คลาสสิกของมาสด้า ด้านหน้า โดดเด่นด้วย “Flying Signature” เมื่อเปิดไฟจะดูเหมือนปีกเหยี่ยวโบยบินบนท้องฟ้าสวยงาม ไฟท้ายดีไซน์ทอดยาวแบบต่อเนื่อง ผสานกับไฟทรงกลมสี่ดวงและสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า ดีไซน์ด้านท้ายเรียบง่าย ภายนอกถ่ายทอดผ่านนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู ในรูปแบบ นีโอฟาสต์แบ็ก (NeoFastBack) รถยนต์รูปแบบ BEV ยุคใหม่
ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสไตล์มาสด้า หน้าจอ Center Display แบบสัมผัสความละเอียดสูง ขนาด 14.6 นิ้ว วัสดุตกแต่งภายในประณีต เสริมด้วยโครเมียมแบบด้าน เน้นความหรูหรา
ห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคากระจก Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า เบาะนั่งรองรับท่านั่งตามธรรมชาติของมนุษย์ ระบบเสียงพรีเมี่ยม จาก SONY พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง รวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง ปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงของ SONY ด้วยเทคโนโลยี Clear Phase และ Live Acoustics เอกสิทธิ์เฉพาะของ SONY คุณภาพเสียงใส คมชัดและละเอียดนุ่มนวล
มีเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit) ใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งการควบคุมด้วยเสียง การสัมผัส และการควบคุมด้วยท่าทาง
สมรรถนะการขับขี่ แรงม้าสูงสุด 258 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที และเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า เน้นหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ตามแนวทางการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ช่วงการชะลอความเร็ว หากเป็นรถอีวีทั่วไป เมื่อยกคันเร่งกะทันหัน มักจะเกิดอาการดึง แต่การชะลอความเร็วรุ่นนี้เป็นแบบนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายไม่เวียนหัวระหว่างเดินทาง ส่วนสมรรถนะการขับขี่แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะเข้าโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การบังคับเลี้ยวและการทรงตัว สมดุลน้ำหนักหน้า-หลัง ใกล้เคียง 50:50 การปรับจูนระบบกันสะเทือนและความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง ทำให้การขับขี่นุ่มนวล ทรงตัวดี และมีเสถียรภาพ ระบบเบรกตอบสนองเร็วในทุกจังหวะการชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้แม่นยำตรงตามแรงกดแป้นเบรก ให้ความรู้สึกนุ่มนวลระหว่างการเร่ง การเลี้ยวและการหยุดรถ
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ พร้อมติดตั้งเหล็กกันโคลงด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยควบคุมพลวัตและการทรงตัวของรถดีขึ้น ตอบสนองแม่นยำขึ้น มาพร้อมสปอยเลอร์หลังไฟฟ้าปรับอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการควบคุมรถในช่วงความเร็วสูง
มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Comfort: มอบความสบาย โหมด Sport: เพิ่มความสนุกในการควบคุมรถ และ โหมด Individual: ตั้งค่าการขับขี่ได้ตามต้องการ
ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และยางมิชลิน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชนิด LFP ขนาด 77.9 kWh รองรับการชาร์จไวแบบ DC Fast Chargingชาร์จจาก 30% -80% ได้ในเวลา 15 นาที (อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม) มอบระยะทางขับขี่สูงสุด 654 กม. (มาตรฐาน NEDC)เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย Smart Drive มาแบบเต็มพิกัด ได้แก่ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบ See-through view และ Side view monitor (360? Camera with See-through view and Side view monitor) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning – FCW) ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning – RCW)
ระบบช่วยควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go – ACC with Stop & Go) ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง (Second Collision Monitoring – SCM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Monitoring – BSM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบเตือนการเปิดประตู (Door Opening Warning – DOW) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support – SBS)
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง (Smart Brake Support Rear Crossing – SBS-RC) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep System – LAS) ระบบช่วยป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน (Lane Departure Prevention – LDP) ระบบควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน (Emergency Lane Keeping – ELK) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Control – HBC) ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขับขี่ (Driver Monitoring System – DMS)
เทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ Smart Cockpit ได้แก่ AR Head-up Display ขนาด 50 นิ้ว บนกระจกหน้าที่ระยะ 7.5 เมตร จากตำแหน่งผู้ขับขี่ หน้าจอ Digital Meter ขนาด 10.1 นิ้ว หน้าจอ Center Display แบบสัมผัสความละเอียดสูง ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง และท่าทาง
ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal) สีน้ำตาล เมลทิง คอปเปอร์ (Melting Copper) สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray) สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล (Crystal White Pearl) สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) สีเทา แอโร เกรย์ (Aero Gray)
นอกจากคุณภาพรถยนต์แล้ว มาสด้ามั่นใจว่าด้วยคุณภาพการบริการหลังการขายมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ศูนย์กลางอะไหล่และการสำรองอะไหล่ทดแทน รวมทั้งระบบโลจิสติกส์ จัดส่งภายใน 24 ชั่วโมง ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณภาพ และรับประกันงานซ่อม ครอบคลุมทั่วประเทศ จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
“ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้ามีเป้าหมายแน่วแน่ว่ารถยนต์มาสด้าทุกรุ่นทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตาม จะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่สนุกเร้าใจ สะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ Mazda6e คือยนตรกรรมไฟฟ้าตอบโจทย์เป้าหมายนี้ได้ดี เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ผลิตขึ้นในโรงงานมาสด้า ที่เมืองนานจิง ประเทศจีน เป็นโรงงานร่วมทุนระหว่างมาสด้าและพันธมิตรท้องถิ่นในจีนร่วมมือกันมายาวนานกว่า 20 ปี โรงงานแห่งนี้ผลิตเฉพาะรถยนต์มาสด้าเท่านั้น เพื่อจำหน่ายในจีน และส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
มาสด้าประกาศเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดราคาจำหน่าย และแคมเปญพิเศษ ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
นายพล
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เผยเคลดลบมาสดา6e #โชวมตใหมรถไฟฟามาตรฐานสง