นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น ประกาศมาตรการช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหญ่ มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.19 แสนล้านบาท) ให้แก่ประเทศพันธมิตรในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสำรองน้ำมันดิบ ท่ามกลางความกังวลเรื่องวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิงจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
รูปแบบการช่วยเหลือและเป้าหมาย
การสนับสนุนครั้งนี้จะดำเนินการผ่าน ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) โดยอยู่ในรูปแบบของเงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้:
- ใช้สำหรับจัดซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
- ใช้ในการขยายคลังน้ำมันสำรองภายในแต่ละประเทศ
นายกฯ ทาคาอิจิ ระบุว่าญี่ปุ่นและเอเชียมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านห่วงโซ่อุปทาน หากเกิดการหยุดชะงักของน้ำมันในภูมิภาค จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการผลิตสินค้าส่งออกมายังญี่ปุ่น เช่น เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซตัวแปรสำคัญ
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนหลายประเทศเริ่มประสบปัญหาในการชำระค่านำเข้าน้ำมัน
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันว่ามาตรการนี้เป็น การสนับสนุนทางการเงิน ไม่ใช่การนำน้ำมันจากคลังสำรองของญี่ปุ่นออกมาแจกจ่าย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ
ผนึกกำลังผู้นำเอเชีย
ในการประชุมทางไกลร่วมกับผู้นำจากอาเซียนและพันธมิตร อาทิ ไทย, ออสเตรเลีย, อินเดีย และเกาหลีใต้ ทุกฝ่ายได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลว่าเอเชียเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และเห็นพ้องร่วมกันถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือดังกล่าว


