
ประโยชน์ของมะพร้าวนั้นมีหลากหลายมิติ ตั้งแต่ ยอดมะพร้าว ปรุงอาหารรับประทาน ก้านใบมะพร้าว ทำไม้กวาด ทางมะพร้าวและทะลายมะพร้าว ทำเชื้อเพลิง น้ำมะพร้าว ดื่มปรุงอาหาร ทำอาหารเสริม เนื้อมะพร้าว รับประทาน-ทำขนม-อาหารเสริม กะลามะพร้าว ทำเชื้อเพลิง-ภาชนะเครื่องประดับ ลำต้น ใช้ก่อสร้างเฟอร์นิเจอร์เยื่อกระดาษ รากมะพร้าว ต้มดื่มเป็นยาสมุนไพร เปลือกขุยมะพร้าว ทำเชื้อเพลิงปุ๋ยอินทรีย์วัสดุปลูก ใบมะพร้าว สานเป็นวัสดุมุงหลังคา-ห่อขนม
เฉพาะมูลค่าการส่งออกผลไม้สด (มะพร้าวน้ำหอม) ไปต่างประเทศ ย้อนไป 5 ปีก่อน ถือเป็นสินค้าทำเงินและขยายตัวก้าวกระโดด โดยปี 2564 ส่งออกได้ 6.2 พันล้านบาทเพิ่มเป็น 9.6 พันล้านบาทในปี 2565 เป็น 9.8 พันล้านบาทในปี 2566 แต่พอเข้าปี 2567 เหลือ 7.6 พันล้านบาทปี 2568 ลดเหลือ 6.4 พันล้านบาท และคาดว่าจะลงต่อในปี 2569 อาจเหลือ 4-5 พันล้านบาทก็ได้ ด้วยเจอปัญหาสะสม จากเมื่อความนิยมสูงขึ้น การแย่งชิงตลาดย่อมตามมา โดยเฉพาะตลาดนำเข้าสำคัญอย่างจีน เจอทั้งสินค้าไทยถูกสวมสิทธิ ถูกปลอมแปลง ลดต้นทุนโดยใช้วัตถุดิบแบบผงมาผสมแทนน้ำมะพร้าวสด เร่งรีบตัดขายหรือขาดความต่อเนื่องในการบำรุงรักษา ทำให้ลูกมะพร้าวคุณภาพด้อยลง รวมถึงปัญหาชิงตลาดจีนจากประเทศอื่นรวมถึงจีนก็หันมาเป็นผู้รับซื้อและส่งออกเอง
เมื่อปัจจัยดังกล่าวรุนแรงขึ้น ก็ย้อนกลับมาเป็นปัญหาภายในประเทศ เกิดสต๊อกบวม ผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ!
จากการวิเคราะห์ของกระทรวงพาณิชย์ เผยให้เห็นถึงสาเหตุทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมไทยลงเร็ว ผลจาก 4 ด้าน คือ 1.ห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมไทย ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมไทย ถ้าขนาดมาตรฐานส่งออก (น้ำหนักกว่า 1 กก.ราคาหน้าสวนลูกละ 4-5 บาท) แต่ขนาดผลลีบเล็กหรือเรียกว่าไซซ์ตกเกรดมาตรฐานส่งออก (น้ำหนักต่ำกว่า 1 กก. ส่งออกไม่ได้ราคาหน้าสวนลูกละ 2 บาท) โดยที่วันนี้ไซซ์เกรดมาตรฐานส่งออกมีสัดส่วนประมาณ 30% แต่ไซซ์ตกเกรดมาตรฐานมีถึง 70% 2.ปัญหาเชิงโครงสร้าง มีการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพร้อมกันหลายพื้นที่หรือเพิ่มอีก 49.80% สวนทางสถานการณ์อุปทานมากกว่าอุปสงค์ ประกอบกับต่างชาติชะลอการสั่งซื้อสินค้า โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างจีน และสูญเสียตลาดส่งออกให้กับประเทศอื่น สัดส่วนในจีนเคยมี 80% ก็ลงมาเรื่อยๆ อาจเหลือไม่ถึง 50% แล้ว และปัญหาสินค้าปลอมระบาดหนักขึ้น เช่น เติมน้ำตาล แต่งกลิ่น และผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่นจนกระทบมะพร้าวน้ำหอม 100% หรือเติมส่วนผสมต่างๆ 3.ทั้งระบบเผชิญวิกฤตผันผวน ทั้งช่วงผลผลิตขาดตลาด ราคาพุ่งสูง ช่วงผลผลิตล้นตลาดราคาต่ำ สต๊อกผลิตล้น ทุนต่างชาติให้วิธีแข่งขันราคา และสินค้าปลอมปนได้ทำลายคุณภาพและราคามะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นวงกว้าง 4.ทิศทางอนาคตยังผันผวน และเร่งการแก้ปัญหานอมินี ซึ่งต้องใช้เวลา ประกอบกับตลาดเก่าเริ่มซบเซา ขึ้นกับว่าแนวทางรณรงค์กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและหาตลาดใหม่ จะได้เร็วทดแทนตลาดเดิมที่ลดฮวบได้เร็วแค่ไหน
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำว่า ต้องแก้ปัญหาไปพร้อมกับวางแนวทางระยะยาว ตั้งแต่การจัดการ Supply Chain มุ่งทำสัญญารับซื้อที่เป็นธรรม สร้างความมั่นใจด้านรายได้กับเกษตรกร และรักษาคุณภาพวัตถุดิบ เพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์ นำนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีการผลิตช่วยรักษารสชาติและคุณค่าทางอาหาร มุ่งลดความสูญเสีย และสร้างการรับรู้ถึงโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ อีกทางคือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์นอมินีล้งผลไม้อย่างใกล้ชิด
และจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็นซี โค่โค่นัท จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ในจังหวัดราชบุรี ภายใต้แบรนด์ NC Coconut ที่ได้ต่อยอดจากครอบครัวชาวสวนปลูกมะพร้าวน้ำหอม กลายเป็นผู้ประกอบการทำธุรกิจครบวงจรเต็มตัว ตั้งแต่ปลูก แปรรูป และส่งออก จนปัจจุบันกำลังการผลิตมะพร้าวน้ำหอมกว่า 10 ล้านลูกต่อปี พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ 10 รายการ ส่งไป จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง และสหรัฐ เป็นต้น
“มะพร้าวน้ำหอมไทย มีชื่อเสียงและความนิยมในตลาดต่างประเทศ เมื่อเป็นที่นิยม การเข้ามาชิงตลาดจากต่างประเทศก็มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงง่ายต่อความผันผวน ส่วนปัญหาเรื่องการรับซื้อและส่งออกมะพร้าวน้ำหอม ยอมรับว่าในแถบจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม กำลังเผชิญปัญหาล้งต่างชาติ กดราคามะพร้าวน้ำหอมอย่างหนัก อย่างล้งจีนที่แข่งกับไทยมีกว่า 200 ล้ง ส่วนใหญ่อยู่ที่ราชบุรี มักใช้วิธีการกดราคาเกรดมะพร้าว ขนาดใหญ่ก็ให้ราคาต่ำลง หรือไม่รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมเกรดรอง เป็นต้น เมื่อปีใดผลผลิตดีและส่งออกได้น้อย ย่อมทำให้สินค้าล้นตลาด และราคาตกต่ำ”
ณรงค์ศักดิ์ระบุต่อว่า กลุ่มผู้ประกอบการด้านมะพร้าวน้ำหอม ก็ได้ร่วมกันศึกษาและจัดทำแนวทางการบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน
ได้แก่ สนับสนุนการบูรณาการการบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมไทย โดยแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืนเพื่อการขับเคลื่อนงาน มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบชัดเจน ทำ Thai Coconut Big Data Platform ให้ทันสมัย และแผนแม่บทการบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน โดยผ่านกระบวนการบริหารจัดการครบวงจร ตั้งแต่ผลิต แปรรูปและการตลาด เช่น ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ทำธนาคารสายพันธุ์ดี ขึ้นทะเบียน GAP สวนมะพร้าวโดยเฉพาะที่ผลิตเพื่อส่งออก สนับสนุนพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต วางมาตรการป้องกันโรคและแมลง และจัดตั้งเครือข่ายผู้ผลิต ด้านการตลาดตั้งศูนย์คาดการณ์การส่งเสริมการผลิตและการขายในประเทศและต่างประเทศ สร้างแบรนด์ไทยแลนด์ และตั้งทีมไทยแลนด์โดยเฉพาะเพื่อเจรจาการค้า รวมถึงยกระดับสวนมะพร้าวและโรงงานแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมที่มีมาตรฐานเป็นศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมครบวงจรต้นแบบ และขยายผลจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวเป็นต้นแบบทุกจังหวัด
หากแนวทางการบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน ที่ได้ทำไว้ ได้รับการตอบรับและดำเนินการต่อเนื่องประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจะช่วยสร้างเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ มากกว่า 20,000 ล้านต่อปี เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทย ที่สำคัญมีพื้นที่สวนมะพร้าวน้ำหอมและโรงงานแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมต้นแบบ ที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการมะพร้าวน้ำหอมครบวงจรในทุกพื้นที่ โดยเชื่อว่าเมื่อมีปัจจัยอะไรมากระทบ เดินตามแนวทางเหมือนมีเกราะป้องกัน ลดความเสียหายได้อีกทาง
ณรงค์ศักดิ์กล่าวย้ำว่า แนวทางดังกล่าว ก็จะหยิบยกเพื่อพูดคุยและนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#การบรหารจดการมะพราวนำหอมอยางยงยน


