ด่วน! ตร.ภาค 1 โชว์ผลงาน รวบแก๊งบัญชีม้า พร้อมของกลางโทรศัพย์-เงินสดเกือบ 1 ล้าน

    0
    0
    Ihvo10 Wed
    Ihvo10 Wed

    ตร.ภาค 1 โชว์ผลงาน รวบแก๊งบัญชีม้า พร้อมของกลางโทรศัพย์-เงินสดเกือบ 1 ล้าน

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยผลการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ โดยพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.ฯ นำเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 จับกุม น.ส.พรไพรินทร์ อายุ 27 ปี น.ส.สุธิสา  อายุ 45 ปี และนายกิตติศักดิ์ อายุ 63 ปี ตา พ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 อั้งยี่ของกลาง กระเป๋า(สีชมพู) 1 ใบ สมุดบัญชีธนาคารชื่อ น.ส.สุธิสา 1 เล่ม บัตรกดเงินสด 1 ใบ สมุดจดข้อมูลบัญชี 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน สมุทรปราการ

    รายที่สองจับกุมนายประจักษ์ หรือเจ๋ง  อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 (ทำหน้าที่ คุมบัญชีม้าและรวมเงินสดส่งผู้สั่งการ ) นายสมบูรณ์หรือปุ้ย อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 (ทำหน้าที่กดเงินจากบัญชีม้าโดยใช้แอพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ) นายชัยทัตหรือกอล์ฟ  อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 (ทำหน้าที่ รับเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นธนาคาร(บัญชีม้า) และนายตรีภพหรือแบม  อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 (ทำหน้าที่ ดูแลบัญชีม้า สมัครแอพลิเคชั่นให้ม้า) พร้อมของกลางเงินสด จำนวน 169,400 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน ความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ,ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขาย บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา (ม.๑๐) ,ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่” ได้ที่ปั้มน้ำมัน สาขา นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จว.พระนครศรีอยุธยา

    รายที่สาม พล.ต.ท.วัฒนา เปิดเผยว่า พล.ต.ต.วรชาติ รับแจ้งจาก WAR ROOM (ศปค.) ว่า น.ส.สิรีรัศมิ์ รักการเกษตร เป็นบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการฝากเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.สิรีรัศมิ์ อยู่ที่บริเวณ ตลาดปากเกร็ด ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมน.ส.สิรีรัศมิ์ (มีหน้าที่รวบรวมเงินและฝากเงินต่อ) พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 938,920 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ยาไอซ์ จำนวน 2.2 กรัม และ นายมัยวิทย์ (มีหน้าที่ควบคุมคนฝากเงิน) พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

    ในข้อหา “ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และ มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเงินสดที่ได้ทำการตรวจยึดจะได้ทำการตรวจสอบหาผู้เสียหาย และติดตามผู้เสียหายมารับเงินคืนต่อไป

    พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ฐานะรองโฆษกตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่าทั้งนี้ของประชาสัมพันธ์ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับการลงทุน โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนทุกชนิดได้ ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนี้

    1.ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนผ่านแอป SEC Check First ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้สังเกตผลการค้นหา ดังต่อไปนี้

    – ต้องพบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน
    – ระบุสถานะว่า “ได้รับอนุญาต” หรือ “ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ”
    – มีเลขที่ใบอนุญาต ระบุประเภทใบอนุญาตชัดเจน
    – มีรายละเอียดที่อยู่สำนักงาน และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
    – รายชื่อผู้แนะนำการลงทุน/ผู้บริหาร ปรากฏในระบบอย่างถูกต้อง
    2.ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้ง

    – ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเงินลงทุนไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา นั่นคือมิจฉาชีพ 100 % เช่นเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับฝากเงินลงทุนบ่อยครั้ง รวมถึงเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลในการโอนเงินหรือผลกำไรคืนมาให้เรื่อยๆ นั่นก็คือมิจฉาชีพ 100% เช่นกัน
    – หากพบความผิดปกติ ควรหยุดโอนเงินทันทีและรีบตรวจสอบกับบริษัทที่ถูกกล่าวอ้างผ่านทางช่องทางหลัก
    3.ระวังแอปพลิเคชันปลอม

    – มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปพลิเคชันปลอม เลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบแอปฯทางการ แล้วนำไปเผยแพร่ใน Store ได้ ดังนั้น การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป
    ที่สำคัญ ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป SEC Check First ให้ครบถ้วนก่อนโอนเงิน และอย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินจำนวนมากได้

    นอกจากนี้ ยังมีภัยใกล้ตัวที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ “การหลอกซื้อของพ่วงทำภารกิจ” และ “การหลอกทำงานออนไลน์” พบมี 2 รูปแบบหลักที่กำลังระบาดหนัก ดังนี้

    1. หลอกขายของราคาถูก หรือแจกฟรี (พ่วงภารกิจ)
    – ใช้ของล่อ : โพสต์ขายของที่คนต้องการสูง เช่น นมผง, เครื่องปั๊มนม, มือถือ หรือรถมือสอง ในราคาถูกผิดปกติ

    – หลอกแจกฟรี : แฝงตัวตามกลุ่มคนรักธรรมชาติ “แจกต้นไม้ฟรี” อ้างว่าแจกเนื่องในโอกาสพิเศษ หรือเลิกเลี้ยง ให้ฟรีแค่จ่ายค่าส่ง

    – ดึงเข้ากลุ่ม : หลังจากโอนค่าของหรือค่าส่งเรียบร้อยแล้ว จะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ อ้างว่าต้อง “ทำกิจกรรม” หรือ “ทำภารกิจ” ก่อน ถึงจะส่งของให้

    – หลอกให้โอนซ้ำ : เหยื่อที่อยากได้ของหรืออยากได้เงินคืน จะยอมโอนเงินเพิ่มเพื่อจบภารกิจ จนเสียเงินมากกว่าค่าของหลายเท่า

    2. หลอกทำงานออนไลน์ (รายได้เสริม)
    – ข้อเสนอดีเกินจริง : อ้างว่า “งานง่าย รายได้ดี” เช่น กดรับออเดอร์ รีวิวสินค้า หรือกดไลก์เพจ

    – สร้างความเชื่อใจ : ครั้งแรกๆ จะให้ค่าคอมมิชชั่นจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจยอมโอนเงินสำรองก้อนใหญ่ขึ้น

    – บีบให้โอนเพิ่ม : เมื่อเงินก้อนใหญ่ขึ้นจะถอนไม่ได้ อ้างว่าทำผิดขั้นตอน หรือต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อก ถ้าไม่โอนจะไม่ได้เงินคืนทั้งหมด


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #ตร.ภาค #โชวผลงาน #รวบแกงบญชมา #พรอมของกลางโทรศพยเงนสดเกอบ #ลาน

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่