
กกพ.รับต้นทุนค่าไฟพุ่ง 4.59 บ. พร้อมดึงเงิน Claw back 9,400 ล้านกดราคา
วันที่ 23 มีนาคม นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ว่า เบื้องต้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะปรับขึ้นจากราคาเฉลี่ย 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 4.59 บาทต่อหน่วย ดังนั้นในเบื้องต้นกกพ.ได้หารือถึงแนวทางการนำเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า หรือ Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนชำระเงินค้างจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ 36,000 ล้านบาทในงวดนี้ให้กฟผ. ซึ่งเงินดังกล่าวจะทำให้ค่าไฟปรับขึ้นประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าด้วยต้นทุนค่าไฟที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลควรต้องสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โดยหากไม่มีมาตรการใดๆ เข้าไปช่วยเหลือ
ด้าน นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการกกพ. ว่า เตรียมแถลงแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ เอฟที งวดใหม่ ในแต่ละทางเลือกต่างๆ ภายหลังการประชุมในวันพุธที่ 25 มีนาคมนี้ โดยผลจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทำให้ประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
โดยแอลเอ็นจีที่เพิ่มจากประมาณ 12 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ทำให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้นประมาณ 58 สตางค์/หน่วย ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 32.93 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ตนทนคาไฟ #พ.ค.ส.ค.พงเปนหนวยละ #บาท #กพพ.พรอมดงเงน #Claw #ลานกดราคา


