
‘บก.เดอะอีสานเรคคอร์ด’ ร้องสภาปมนักการเมืองฟ้องปิดปากหลังเสนอข่าวสินบนเบอร์รี่ ระบุยังไม่เห็นหนังสือถอนฟ้องจาก ‘สุชาติ’ ถาม ‘นายกฯ’ ละอายใจหรือไม่ตั้งคนมีคดีนั่งรัฐมนตรี ด้าน ‘สหัสวัต’ ย้ำ ส่งแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าเปิดช่องค้ามนุษย์ ลั่นทำทุกทางเอาคนผิดมาติดคุกให้ได้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน และนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับหนังสือจาก น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record เพื่อขอให้ตรวจสอบนักการเมือง และผู้มีอำนาจใช้อำนาจสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและประชาชน
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวว่า หลังจากได้รับหมายศาลจากทนายความของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการเป็น สื่อมวลชนและเป็นการทำลายความขวัญกำลังใจของทีมงานในกองบรรณาธิการ เพราะพวกตนทำหน้าที่อย่างสุจริตมาโดยตลอดและทุ่มเทรายงานปัญหาของแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่ามาเป็นเวลากว่า 3 ปี แม้ตอนนี้นายสุชาติที่เป็นผู้กล่าวหาจะมอบหมายให้ทนายถอนฟ้องตนแล้ว โดยให้เหตุผลว่าตนทำหน้าที่นักข่าวโดยสุจริต แต่จนถึงขณะนี้เรายังไม่ได้รับเอกสาร ยืนยันการถอนฟ้องอย่างเป็นทางการ ดังนั้น เราจึงยังคงดำเนินการและเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องเสรีภาพสื่อและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่แรงงานเก็บเบอร์รี่ที่ได้รับผลกระทบต่อไปจนกว่าจะมีการชี้แจงสถานะคดีอย่างเป็นทางการ
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า ขอเน้นย้ำว่าการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายต่อสื่อมวลชนซึ่งปฏิบัติหน้าที่เชิงสืบสวน เป็นการจำกัดเสรีภาพสื่อและเสี่ยงต่อการสร้างบรรทัดฐานของการใช้กฎหมายปิดปาก (SLAPP) และข่มขู่สื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักจริยธรรมสื่อ ตนไม่ยอมรับการปิดปากสื่อด้วยวิธีการใช้กฎหมายข่มขู่ คุกคาม ซึ่งลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารที่ยืนอยู่บนประโยชน์ของสาธารณะ
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนให้ปฏิบัติการดังต่อไปนี้ 1.ขอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงสถานะคดีอย่างโปร่งใส หากมีการถอนฟ้อง ขอให้ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรและเผยแพร่ต่อสาธารณะ 2.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและให้ความ มั่นใจว่า สื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่เชิงสืบสวนได้ โดยปราศจากการข่มขู่หรือการตอบโต้ทางกฎหมายที่มิชอบ 3.ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการเพื่อสอบสวนประเด็นการค้ามนุษย์และการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างจริงจังและเป็นธรรมไม่ใช่ใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อลบหลู่หรือเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นหลัก รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขการส่งแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าไปต่างประเทศอย่างมีความเป็นธรรมและเป็นระบบ
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า 4.ขอเรียกร้องให้สังคม ประชาชนสนับสนุนสื่อมวลชน สื่อพลเมือง และให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าจะยังคงปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน โดยมุ่งมั่นรายงานข้อเท็จจริงตรวจสอบและพร้อมรับผิดชอบต่อการรายงานตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้เสียงของผู้ได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์และการเอาเปรียบแรงงานไม่ถูกกลื่นหรือละเลยไป
“อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอขอบคุณนายสุชาติ ที่ให้เกียรติฟ้องนักข่าวจากสำนักข่าวเล็กๆ การถูกฟ้องร้องในฐานะนักข่าวเป็นเหมือนการได้เหรียญเกียรติยศ วันนี้เสียงแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 1 แสนคน แต่มีการลงทะเบียนว่าเป็นผู้เสียหายต่อสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทยแค่ 4,000 คนเท่านั้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเต็มที่” น.ส.หทัยรัตน์ กล่าว
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมีคำถาม 5 ข้อคือ 1.นายสุชาติถอนฟ้องทำไม กลัวอะไรอยู่หรือไม่ 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังคงจะแต่งตั้งบุคคลที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหาในกรณีสินบนจากบริษัทเอกชนต่างชาติในประเทศฟินแลนด์เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ และมีความละอายในเรื่องนี้หรือไม่ 3.ชื่อของนายสุชาติถูกกล่าวถึงในศาลฟินแลนด์ จากคำให้การของนายหน้าชาวไทย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ 4.ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เร่งดำเนินการในคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะคดีสินบนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ป.ป.ช.มากว่า 2 ปีแล้ว 5.ที่ผ่านมาดีเอสไอรับคดีแรงงานเบอร์รี่เป็นคดีค้ามนุษย์แล้ว ขอให้กำลังใจและหวังว่าดีเอสไอจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังปรึกษาทนายความว่าคุ้มหรือไม่หากจะมีการฟ้องกลับ และหากฟ้องกลับแล้ว พี่น้องแรงงานเก็บเบอร์รี่ได้รับความเป็นธรรม ก็มันต้องมาชั่งน้ำหนักดู จึงขอให้จับตาต่อไปว่าเราจะมีการฟ้องกลับหรือไม่
ด้านนายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ตนจะนำมาเป็นกรณีศึกษา และสื่ออาจมีหลายมุมมอง แต่กรณีนี้กระทบต่อมุมกว้าง และทุกวันนี้วัฒนธรรมไหว้สวยรวยกระเช้า อาจถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติ แต่ถูกใช้จนเป็นช่องทางเดียวของคนที่อยากปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง แต่มีวิธีการอื่นที่นักการเมืองสามารถสื่อสารได้ ตนมีคำถามว่าการฟ้องจะเป็นการแทรกแซงสื่อหรือไม่ เพราะไม่ได้มีแค่กรณีนี้แต่ยังอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้น เช่น ล่าสุดกรณีที่ กกต.ฟ้องร้องสื่อมวลชนและช่างภาพ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งต้องหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่นายสหัสวัต กล่าวว่า เรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากคำอภิปรายไม่ไว้วางใจของตนเมื่อปี 2568 เรื่องแรงงานเบอร์รี่เราติดตามมาอย่างใกล้ชิด เรื่องนี้ต้องไม่จบแค่นี้เพราะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการค้ามนุษย์ จึงตั้งคำถามว่า ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ามีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. ควรตั้งคนแบบนี้มาเป็นรัฐมนตรีจริงหรือไม่ ตนอยากทราบความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้เป็นคดีที่ดังไปทั่วโลก เป็นคดีที่ผู้มีอำนาจกดขี่คนไทยด้วยกันเอง หากเรารักชาติ และประชาชนในประเทศนี้จริง เราควรต้องปกป้องคนไทย ปกป้องชื่อเสียงของชาติ หากคดีนี้ไม่ถูกดำเนินคดีและสืบสวนอย่างจริงจัง เราไม่สามารถพูดได้ว่าเราปกป้องคนไทย หรือพูดว่ารักชาติได้ ยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และใช้ทุกวิถีทางที่เราจะทำได้เพื่อทำให้คดีนี้มีผู้รับผิดมาติดคุกให้ได้
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#บก.อสานเรคคอรด #รองสภา #เจอนกการเมองฟองปดปาก #ลาน #บบอกจะถอนฟอง #กถอนใหชดเจน


