
ปลัดพาณิชย์ ยอมรับสินค้าบางรายการต้องมีปรับขึ้นราคาตามกลไกตลาด หลังส่งเจ้าหน้าที่สแกนพื้นที่ตรวจสอบ แจง กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถไปบิดเบือนกลไกตลาดได้ราคามันจะต้องขึ้นแล้วไปห้ามไม่ให้ขึ้น เตรียมแถลงภายใน 1-2 วันนี้ มั่นใจมาตรการสินค้าทดแทนตอบโจทย์ เหตุ ประชาชนมีทางเลือกจับจ่ายใช้สอย ส่วนกรณีถุงร้อนใส่อาหารส่อขึ้นราคา ต้องดูโครงสร้างราคาเม็ดพลาสติก หากจะขึ้นราคาต้องมาขออนุญาตกรณีประชาชนกังวลราคาสินค้าปรับขึ้นยาวแล้วแห่กันไปกักตุน วอน อย่าไปกักตุน ราคาขึ้นแล้วก็ต้องลง ของมีขึ้นมีลง พระอาทิตย์ขึ้นยังมีลงเลย
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการการควบคุมราคาสินค้าหลังมีสินค้าหลายรายการที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ว่า อันดับแรก เราได้มอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้า และอันดับสอง เราได้นำรายการสินค้าที่มีความจำเป็นต่อผู้บริโภค โดยใช้มาตรการต่าง ๆ ทั้งติดตามราคาสินค้า มาตรการที่จะขอขึ้นราคาต้องมาขออนุญาต และอันดับสาม เราได้ขอความร่วมมือต่อผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ที่จะแถลงข่าวในวันสองวันนี้ โดยให้ผลิตสินค้าที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเอง โดยสินค้าเหล่านี้จะมีต้นทุนและมีต้นทุน (Overhead) ต่ำกว่าพวกที่เป็นแบรนด์เนม โดยเราได้จัดทำรายการสินค้าที่มีความจำเป็น 20-30 รายการ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก ฯลฯ โดยเขาจะทำสินค้าราคาพิเศษออกมา ซึ่งน่าจะมีผู้ประกอบการสินค้ารายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 20 ราย และร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศไทยจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้คนไทย
ส่วนมาตรการลดต้นทุน ทางกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเหลืออย่างไร ทั้งเรื่องการขนส่งสินค้า ที่มีประเด็นน้ำมันดีเซลมาเกี่ยวข้อง อาจทำให้ไปเพิ่มต้นทุนนั้น นายวุฒิไกร เปิดเผยว่า ประเด็นคือเราทำสินค้าทางเลือกให้ประชาชน แต่สินค้าบางรายการก็ต้องยอมรับกลไกการตลาด ถ้าราคาสินค้าต้องปรับขึ้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เพราะการจะไปบิดเบือนกลไกตลาดว่าราคามันจะต้องขึ้นแล้วไปห้ามไม่ให้ขึ้น ของมันก็จะหายไปจากตลาด แต่เราพยายามทำทางเลือกให้กับประชาชน โดยเอาสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน ในราคาถูก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
ส่วนกรณีสินค้าเกษตร เช่น ปลาสลิดที่ปกติราคา 250 บาท แต่ตอนนี้ราคาขึ้นเป็น 280 บาท โดยอ้างว่าเป็นต้นทุนมาจากน้ำมันที่ไม่มีสำหรับวิดบ่อ ว่าทางกระทรวงพาณิชย์จะดูแลอย่างไรนั้น ตนขออธิบายเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ สมมติว่าสินค้ามันมีทางเลือกตามตลาดเต็มไปหมด แล้วมันมีเจ้าหนึ่งขายข้าวกะเพราไก่ไข่เจียว 80 บาท บางเจ้าขาย 30 บาทก็มี ฉะนั้น ตนมองว่ามันเป็นทางเลือกของประชาชน สมมติเขาตั้งราคาสูงปรี๊ดมันก็ไม่มีคนซื้อ ซึ่งเราก็พยายามสร้างทางเลือกให้กับประชาชน
ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าว่ามีการขึ้นราคาสินค้าตามกระแสข่าวหรือไม่ นายวุฒิไกร กล่าวว่า มันมีบ้างอยู่ แต่เราก็ต้องไปตักเตือน เพราะต้องเข้าใจวิถีชีวิตประชาชน แต่เราก็พยายามบอกว่ามันมีทางเลือก ยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์พยายามไม่บิดเบือนกลไกตลาด ส่วนมีผู้ประกอบการไปกักตุนสินค้าเพื่อรอขึ้นราคาสินค้าจำหน่ายหรือไม่นั้น ยืนยันว่าจากการลงพื้นที่ยังไม่พบ
เมื่อถามว่าส่วนกรณีกระทรวงพาณิชย์ได้มีการขอความร่วมมือไปยังร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ให้มีการคงราคาสินค้าไว้เท่าเดิมบ้างหรือไม่นั้น นายวุฒิไกร กล่าวว่า ใช่แต่หลายเจ้าก็ยืนยันว่าสินค้าที่ขายปัจจุบันยังเป็นต้นทุนเก่า น่าจะอยู่ได้ถึงประมาณเดือน เม.ย. แต่เราก็มีมาตรการล่วงหน้าไม่ได้รอให้ปัญหาเกิดขึ้น อย่างที่คุยไว้ว่า 1-2 วันนี้จะมีการแถลงสินค้าแบรนด์ที่มีคุณภาพและราคาประหยัดให้ประชาชน ทั้งนี้ หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อไปนานกว่านี้ มาตรการนี้จะตอบโจทย์หรือไม่ สำหรับการหาสินค้ามาทดแทนนั้น ตนยังยืนยัน ก็คือเราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ผลิตที่เป็นคนไทยด้วยกันและใช้นโยบายว่า “ไทยช่วยไทย” จึงอยากเรียนว่า เราต้องบริหารสถานการณ์ไม่ปกติ เพราะก็ยอมรับว่ามันไม่ปกติจริง ๆ
เมื่อถามถึงกรณีถุงใส่อาหารที่ขึ้นราคาสูงต่อกิโลกรัม จะกระทบต่อราคาสินค้าอาหารของชาวบ้าน กระทรวงพาณิชย์จะจำกัดหรือควบคุมอย่างไรนัน นายวุฒิไกร กล่าวว่า เราต้องไปดูโครงสร้างที่แท้จริงของราคา หากเม็ดพลาสติกมันขึ้นก็ต้องไปดูว่ามันขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เราทำโครงสร้างราคาไว้หมดแล้ว ฉะนั้น คนที่ผลิตเม็ดถุงพลาสติกก็เป็นสินค้าควบคุม หากจะขึ้นราคาก็ต้องชี้แจงว่าเม็ดพลาสติกมันขึ้นไปกี่เปอร์เซ็น ส่วนตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ควบคุมราคาสินค้าไปแล้ว 59 รายการ และจะเอาเข้าอีก 20 รายการ ก็คงประมาณ 80 รายการ
เมื่อถามว่าแม้มาตรการของกระทรวงพาณิชย์จะดีก็ตาม แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ชาวบ้าน เพราะมันยังมีเสียงสะท้อนว่าราคาสินค้ายังแพง สู้ไม่ไหว ส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์จะทำอย่างไรให้ความพึงพอใจของชาวบ้านกลับมาปกติได้นั้น นายวุฒิไกร กล่าวว่า เราพยายามกระจายให้ถึงทุกพื้นที่มากที่สุด และในวันสองวันนี้จะได้เห็นมาตรการสำคัญออกมา ตนว่าผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้าทั้งหมด รวมทั้งร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดย่อย จะร่วมมือกันกระจายไปทุกพื้นที่มากที่สุด
ส่วนหากราคาสินค้าเริ่มมีการปรับขึ้นจริง แล้วประชาชนเกิดความวิตกกังวลแห่กันไปกักตุนนั้น จะทำอย่างไร ทางปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตอบว่า “ก็คงต้องบอกว่า แห่กันไปกักตุน ก็อย่าไปกักตุนสิ ทั้งนี้ ในอนาคตหากราคาขึ้นแล้วก็ต้องลง ของมีขึ้นมีลง พระอาทิตย์ขึ้นยังมีลงเลย“ ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนและยุติการให้สัมภาษณ์
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ปลดพณ #ยงไมพบรานฉวยตนสนคา #รบบางอยางตองขนราคาตามกลไกตลาด #แนะปชช.ไมตองกกตน #ราคาขนกมลง


