
ส.ว.ปูด ‘มาม่า’ เตรียมขึ้นราคา จี้ ‘ก.พาณิชย์’ คุมเข้ม แนะให้ปชช.ปลูกผัก-เลี้ยงไก่-เลี้ยงปลา ดูแลตัวเองในวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม นายปฏิมา จิระแพทย์ ส.ว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันจากผลกระทบด้านพลังงานส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่ที่พบว่าราคาสูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ดังนั้น ขอฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ให้ตรวจสอบการขึ้นราคาสินค้าอุปโภค บริโภคทุกอย่าง
“เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผมได้คุยกับผู้บริหารสหพัฒนพิบูล (ผู้ผลิตและจำหน่ายมาม่า) และได้รับแจ้งว่ามาม่ากำลังขึ้นราคา ซึ่งมาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน เพราะเป็นสินค้าราคาถูกทานแล้วอิ่ม ดังนั้น ต้องฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ควบคุมราคาสินค้า สินค้าบางประเภทฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บางรายการขึ้นเพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่การขึ้นราคาต้องมีคำอธิบายว่าราคาที่จะขึ้นประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง และต้นทุนที่ขึ้นนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นจาก 5 บาท เป็น 10 บาท” นายปฏิมากล่าว
นายปฏิมากล่าวต่อว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะเรื่องพลังงาน แต่ลามไปถึงสินค้าทุกประเภท เช่น ถุงพลาสติก เพราะเม็ดพลาสติกขึ้นราคา ทั้งนี้ มองว่า ส.ว.ในฐานะที่เป็นสภาพี่เลี้ยงของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรควรมีคำแนะนำและหาทางออกให้ประชาชนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากน้ำมัน สินค้าราคาสูง ดังนั้น จึงขอฝากไว้คือการประชาสัมพันธ์ให้ใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมให้มากขึ้น ขณะที่กิจกรรมที่จะทำช่วงต้นเดือนเมษายน เรื่องปลูกผักที่บางคนหัวเราะในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นคำแนะนำให้ประชาชน เรื่องปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือนและเลี้ยงปลา เพื่อเป็นทางออกของการดำรงชีวิตของประชาชนในระยะยาวหากเกิดวิกฤตที่อาจรุนแรง เช่น สงครามยืดเยื้อ เป็นสงครามหาอำนาจ เป็นสงครามโลก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ส.ว.ปด #บะหมกงสำเรจรป #เจาดง #จอขนราคา #จพณ.คม #แนะปลกผกเลยงไก #ทางรอดในวกฤตตอ.กลาง


