กลายเป็นที่จับตามองทันทีเมื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ประกาศเปิดตัว “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทยและพิธีกรชื่อดัง เข้ามารับหน้าที่โฆษก ศบ.ทก. จิตอาสา เพื่อรับมือกับ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ในการทำสงครามข้อมูลข่าวสารระดับสากล
กลยุทธ์ Soft Power ของไทย
การเลือก บุ๋ม ปนัดดา ในวัย 49 ปี มาทำหน้าที่นี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการใช้จิตวิทยาในการสื่อสาร โดยดึงจุดแข็งจากประสบการณ์ในวงการบันเทิงกว่า 20 ปี และภาพลักษณ์ด้านจิตอาสาผ่านมูลนิธิองค์ทำดีที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย ซึ่งไทยเลือกใช้สไตล์ Soft Power ที่เน้นความนุ่มนวลแต่เฉียบคม แทนการใช้บุคลิกแข็งกร้าว
โฆษกสายบู๊จากกัมพูชา
ทางด้าน พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา วัย 41 ปี รองเลขาธิการแห่งรัฐกัมพูชา คือตัวแทนสายดุดันของกองทัพกัมพูชาที่มีหน้าที่ตอบโต้ฝั่งไทยแบบรายวัน อย่างไรก็ตาม เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนได้รับฉายา “โฆษก Fake News” เนื่องจากข้อมูลหลายเรื่องที่แถลงต่อสาธารณะถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ
สรุปเปรียบเทียบ 2 โฆษกหญิง
- บุ๋ม ปนัดดา (ไทย): เน้นการสื่อสารนุ่มนวล ภาพลักษณ์เข้าถึงง่าย ใช้ทักษะพิธีกรและ Soft Power
- พล.ท.หญิง มาลี (กัมพูชา): เน้นความเข้มแข็ง ดุดัน ตามสไตล์ทหาร แต่มีปัญหาเรื่องความถูกต้องของข้อมูล
การปรับทัพครั้งนี้ของไทยจึงเป็นการส่งสัญญาณว่า จะใช้ความจริงและการสื่อสารที่น่าสนใจเข้าสู้ เพื่อให้สังคมโลกได้รับรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง


