
ทวี ยัน พรรคประชาชาติ จุดยืนดูแลประชาชน ดันต่อ แก้ยาเสพติด-ปลดหนี้กยศ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติของพรรคประชาชาติ ภายหลังการเปิดศักราชสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ โดยย้ำบทบาทของรัฐสภาในฐานะกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นเวทีขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันมีภารกิจสำคัญมากกว่าปกติ โดยเฉพาะการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้คือการกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญให้สะท้อนอำนาจอธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการทำประชามติอีก 2 ครั้ง ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นโครงสร้างสำคัญที่สร้างความหวังให้แก่สังคมไทย
ชูนโยบาย “สร้างคน” มุ่งแก้ยาเสพติด–ปลดหนี้ กยศ.
ในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติยังคงเดินหน้านโยบายหลักที่ใช้ในการหาเสียง ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคนตามสโลแกน “ประชาชาติสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ” โดยให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นสำคัญ
ประการแรก คือการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเสนอให้ปรับแนวทางการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อมุ่งเน้นการปราบปราม ขยายผล และยึดทรัพย์เฉพาะเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขณะที่กลุ่มผู้เสพควรถูกมองในฐานะ “ผู้ป่วย” ที่รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณในการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม
ประการที่สอง คือการปฏิรูปหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเสนอแนวคิดให้ยกเว้นหนี้สำหรับผู้กู้ยืมเมื่อมีอายุครบ 35 ปี เพื่อลดภาระหนี้ในช่วงวัยสร้างครอบครัว เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจากการกู้ยืมเป็นการให้ทุนการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ผลักดันร่าง พ.ร.บ.สันติภาพฯ แก้ปัญหาไฟใต้
สำหรับการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการใช้หลักรัฐศาสตร์ด้านการบริหารและการปกครอง โดยเตรียมผลักดันร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสันติภาพและสันติสุข เพื่อสร้างโครงสร้างทางกฎหมายที่เอื้อต่อการพูดคุยและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ แทนการพึ่งพากฎหมายด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียวในระยะยาว
ทั้งนี้ มองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยใช้กฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาเป็นเวลานาน จึงถึงเวลาที่ควรปรับโครงสร้างการแก้ไขปัญหา โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความเข้มแข็ง สามารถปกป้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า พลวัตของสถานการณ์ในภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายที่มีความเห็นต่างต่างก็มีการปรับตัว ดังนั้นแนวทางสำคัญในระยะต่อไปคือการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน โดยตั้งอยู่บนหลักการไม่ใช้ความรุนแรง และรัฐต้องมีบทบาทในการป้องกันไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้น
ไม่ยึดติดตำแหน่งรัฐบาล ย้ำเดินหน้าตรวจสอบ
เมื่อถูกถามถึงท่าทีทางการเมือง พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติได้รับการเชิญชวนจากพรรคภูมิใจไทยให้เข้าร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันว่าพรรคการเมืองไม่ควรถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง และพรรคประชาชาติจะยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยังกล่าวขอบคุณประชาชนทั้งในพื้นที่ภาคใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ที่ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครของพรรคเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แม้พรรคจะมี สส. เพียง 5 คน แต่ทุกคนล้วนเป็นตัวแทนของประชาชน และพร้อมทำหน้าที่ผลักดันนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศต่อไป
“เราไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นรัฐบาล เพราะแม้จะเป็นฝ่ายค้านก็สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการนำสิ่งที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนไปทำให้เกิดผลจริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ทว #ยน #พรรคประชาชาต #จดยนดแลประชาชน #ดนตอ #แกยาเสพตดปลดหนกยศ


