
สถานีคิดเลขที่ 12 : บริหารความเชื่อมั่น
สถานการณ์สงครามระหว่างกองทัพสหรัฐอเมริกา ผนึกกำลังกองทัพอิสราเอล กับ กองทัพอิหร่าน และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) การสู้รบกัน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4
แม้จะมีสัญญาณจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งให้กองทัพเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างที่การเจรจายุติศึกยังดำเนินอยู่
ซึ่งยังต้องรอดูว่ากองทัพอิหร่านจะตอบรับการเจรจา และยื่นเงื่อนไขใดกลับมายังสหรัฐ เพื่อยุติสงครามได้หรือไม่ สถานการณ์สู้รบจึงอยู่บนเงื่อนไขที่ไม่แน่นอน
การสู้รบที่ยืดเยื้อ ส่งผลต่อสถานการณ์พลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันในประเทศไทย ที่เพิ่มสูงขึ้นตามกลไกของราคาน้ำมันในตลาดโลก
อ้างอิงข้อมูลจาก ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เป็นลิตรละ 33 บาท
เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงถึง 223 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 26 บาทต่อลิตร
ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อเดือน จึงมีความจำเป็นต้องปรับลดภาระ ให้มีสภาพคล่องรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาวได้
ขณะที่ปัญหาที่ประชาชนในหลายจังหวัดเผชิญ คือ ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ที่มาควบคู่กับ ปัญหาน้ำมันขาดตามปั๊มน้ำมันต่างๆ
แม้แกนนำรัฐบาล กระทรวงพลังงาน และศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) จะออกมายืนยันว่าน้ำมันสำรองในประเทศ มีใช้ถึง 104 วัน ยังไม่ขาดแคลน
แต่ยังดูสวนทางความเชื่อมั่นของภาคประชาชนที่ยังประสบปัญหา ปั๊มน้ำมันขึ้นป้าย น้ำมันดีเซลหมด น้ำมันรอการขนส่ง
จน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องออกประกาศให้ ผู้ค้าน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วเพื่อแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ได้ภายใน 7 วัน
ยิ่งข้อเท็จจริงผ่านข้อมูลการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวัน ยังมีประเด็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาคำตอบให้ได้ว่า ปริมาณน้ำมันดีเซลที่เพิ่มการผลิตเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ
ทั้งที่ก่อนเกิดเหตุการณ์สงคราม ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน จึงเกิดข้อสงสัยว่า ส่วนต่างน้ำมันดีเซลที่เพิ่มถึง 14 ล้านลิตรต่อวัน ยังไม่พอต่อการใช้งานในประเทศ
เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่เติมน้ำมันจนหมดปั๊มในแต่ละวัน หรือมีกลุ่มบุคคลสต๊อกน้ำมันหวังค้ากำไรส่วนต่างจากราคาขายปลีกที่อาจจะปรับเพิ่มมากกว่าลิตรละ 33 บาท
ซึ่ง ศบก.ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์พลังงานของประเทศ ต้องสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยเฉพาะการปรับราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ให้สอดคล้องกับกลไกราคาตลาดโลก
รวมทั้งสถานการณ์ของกองทุนน้ำมันฯ ที่จะดูแลชดเชยราคาน้ำมันได้แค่ไหน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อข้อเท็จจริง ต่อการเตรียมพร้อมและปรับตัวรับกับสถานการณ์ราคาน้ำมันของประเทศ
แม้สถานะของรัฐบาลขณะนี้ ยังไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน เป็นเรื่องที่รอไม่ได้
นับเป็นโจทย์ข้อใหญ่ให้รัฐบาลอนุทิน ต้องบริหารและแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นให้ได้ ตามที่เคยหาเสียงไว้ว่า “พูดแล้วทำพลัส”
จตุรงค์ ปทุมานนท์
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สถานคดเลขท #บรหารความเชอมน


