
ปัญหา “วิกฤตน้ำมัน”
ฉุดให้เกิด “วิกฤตศรัทธา” ต่อ รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย อย่างมีนัยสำคัญ
และด้วย “นัยสำคัญ” เช่นนี้
สิ่งท้าทายเร่งด่วน ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเนวิน ชิดชอบ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ต้องทำ
คือ จะลำเลียง “ศรัทธา” ไปเติม “ปั๊มการเมือง” ทั่วประเทศ อย่างไร ไม่ให้ “ขาด” หรือ “หมด” อย่างที่เกิดขึ้นกับปั๊มน้ำมัน
เพราะดูปฏิกิริยาของชาวบ้านแล้ว ก็น่าห่วงใยยิ่ง
คือ “ติดลบ” มากอย่างไม่น่าเชื่อ
การจะเข้าบริหารประเทศในบรรยากาศเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับนายอนุทิน และรัฐบาล เอาเสียเลย
จะแก้ อย่างไร น่าติดตาม
จริงอยู่ นายอนุทินและรัฐบาลสีน้ำเงิน มีใบอนุญาตเข้าสู่อำนาจ “ใหญ่ๆ” หลายใบ
ใบใหญ่สุด คือ ชัยชนะอันท่วมท้นจากการเลือกตั้ง
ทำให้เมื่อมองเข้าไปในทำเนียบ และรัฐสภา มองเห็น “ใบอนุญาต” ติดตามมาอีกหลายใบ
ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล และแถมยังมี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านแอบมาร่วมเซ็นใบอนุญาตให้อีก
ทั้งจากวุฒิสมาชิก ที่มีเลือดสีน้ำเงินเข้มข้น ที่นอกจากหนุนรัฐบาลเต็มที่แล้ว
ยังต่อเชื่อมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งมีที่มาและมีคอนเน็กชั่นกับสายสัมพันธ์ “ส.ว.สีน้ำเงิน” ที่พร้อม ให้ “ใบอนุญาต” แก่รัฐบาลภูมิใจไทยอย่าง “อิสระ”
ส่วนฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพ นายอนุทินและภูมิใจไทยก็มีความสัมพันธ์ดีเยี่ยม
ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่มีเลือดน้ำเงินเข้ม ส่วนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายอนุทิน ตั้งแต่สงครามกัมพูชา ก็แนบแน่น
และเช่นกันยังเชื่อมโยงสัมพันธ์ไปถึง “ปีกอนุรักษ์” ทั้งโดยเปิดเผย
ทั้งที่ป้องปากกระซิบกระซาบในความ “พันลึก”
พันลึกถึงขนาด สังคมถูกทำให้คล้อยตามว่า รัฐบาล “หนู” อาจจะเป็นตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ใหม่ที่ครองอำนาจทางการเมืองไปถึง 8 ปี
แต่ผ่านแค่ 8 วัน หลังนายอนุทินทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯตั้งเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
ปัญหาน้ำมัน ทำให้ “ศรัทธา” ลด “ฮวบ” หรือ “หมด” ในความรู้สึกของหลายคน
ลด หรือหมด ในภาวะที่ปัญหายังไม่จบ
แถมส่อจะรุนแรงขึ้น และลามไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่น้ำมันอีกด้วย
เพราะยังต่อเนื่องไปถึงเรื่องขนส่ง ปุ๋ย ค่าครองชีพ และอื่นๆ จิปาถะ
ซึ่งเมื่อดูการรับมือของนายกฯและรัฐมนตรี โดยเฉพาะ “รัฐมนตรีคนนอก” มือเศรษฐกิจ ที่เคยเป็น “จุดแข็ง-จุดขาย” สำคัญ
กลับ “อ่อนยวบ” อย่างน่าใจหาย
ซึ่งหาก ภาวะเช่นนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
รัฐบาลนายอนุทินอาจเป็นรัฐบาลไม่กี่ชุด ที่ตกอยู่ในสภาพเริ่มออกสตาร์ต แบบ “ติดลบ”
นี่ถือเป็นความพลิกผันทางการเมือง ที่เหนือคาดหมาย ควบคุมยาก-ควบคุมไม่ได้
จะโทษ “โชคชะตา” ก็อาจจะโทษได้
แต่เรื่อง “ความมีฝีมือ” ก็ควรตั้งคำถามนายอนุทินและรัฐบาลได้เช่นกันว่า ควรจะทำได้ดีกว่านี้หรือไม่
เพราะหลายเรื่อง หากบริหารจัดการดีๆ สถานการณ์ก็คงไม่เลวร้ายอย่างแลเห็น
ที่น่าห่วงใยก็คือนอกจากเรื่องฝีมือแล้ว เรื่องน้ำมัน ยังถูกลากดึงไปยังปมเทาๆ เกี่ยวกับผลประโยชน์
เสียงกล่าวหา “ถอนทุนเลือกตั้ง” คืนบนความทุกข์ยากชาวบ้านดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
แน่นอนคงพิสูจน์ยาก
แต่สิ่งเหล่านี้จะฉุดกระชาก ให้ “ศรัทธา” นอกจากหมดแล้ว
ยังจะจัดหา “ศรัทธา” มา “เติม” ใน “ปั๊มการเมือง” ยาก ถึงยากยิ่ง
จะแก้ความยากนี้อย่างไร โยนรัฐบาลหนูและเหล่าสีน้ำเงินที่ได้ “ใบอนุญาต” หลายๆ ใบดังว่า
เป็นภาระไปคิดกันเองบ้าง
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สถานคดเลขท #ปมการเมองขาด #ศรทธา #โดย #สวพงศ #จนฝงเพชร


