
สถานีคิดเลขที่ 12 : ไม่ต้องรอ รบ.ใหม่
งวดเข้าไปทุกทีสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ
หลังจาก กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.จำนวน 499 คน โดยปล่อยให้ข้อข้องใจเรื่องการจัดการเลือกตั้งไปจบที่ศาล
สภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้ ส.ส.ที่ได้รับการรับรองเข้ารายงานตัว คาดว่า ส.ส.ทั้งหมดจะเข้ารายงานตัวกันในสัปดาห์นี้
ขณะที่คาดกันว่า วันที่ 14 มีนาคม จะเปิดประชุมสภา และหลังจากนั้นทุกขั้นตอนจะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ช่วงที่พรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนาใหญ่ ส.ส.ใหม่ ข่าวคราวเกี่ยวกับการปิดดีลรัฐบาลก็กระพือ
กระพือว่า รัฐบาลใหม่จะมี ส.ส. 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก
ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีพรรคไทรวมพลัง ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์
ภายในงานสัมมนา 192 ส.ส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรีมานำเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค
ปรากฏว่ามีจำนวนคนเยอะกว่าจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รัฐมนตรี 14 กระทรวง จำนวน 26 ตำแหน่ง
สำหรับ 14 กระทรวง ประกอบด้วย มหาดไทย กลาโหม คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรม การต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
ในจำนวนนี้มี “คนนอก” 5 ตำแหน่ง เป็นโควต้าหัวหน้าพรรค
5 ตำแหน่งนี้น่าจะเป็นของนายอนุทิน ที่นั่งนายกฯควบมหาดไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีพาณิชย์ และ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ควบคู่ตำแหน่งรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง
ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ได้รัฐมนตรี 1 เก้าอี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคจะได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้
ตำแหน่งประธานสภา น่าจะลงตัวที่ นายโสภณ ซารัมย์ ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 โควต้าพรรคภูมิใจไทย เปิดทางให้ ส.ส.ภาคใต้ คัดเลือก
และรองประธานสภาคนที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เป็นโควต้าพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ ตำแหน่งแต่ละตำแหน่งทุกพรรคต้องทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และดูเหมือนว่าตำแหน่งที่จะเคาะเป็นตำแหน่งสุดท้าย คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี คาดว่ารัฐบาลจะตั้งได้เร็วกว่าคาด ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อชาติในช่วงที่เกิดสถานการณ์วุ่นๆ ในโลก
โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามที่ตะวันออกกลาง
ขณะนี้ผลกระทบจากสงครามทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว
เหตุเป็นเพราะคู่ขัดแย้งมุ่งถล่มคลังน้ำมันกันและกัน กระทั่งมีการส่งออกน้อย กระทบหนักต่อลูกค้าอย่างไทย
แค่น้ำมันมีน้อย ราคาแพงก็ถือว่าแย่แล้ว หากถึงขั้นไม่มีน้ำมัน สถานการณ์จะรุนแรงกว่านี้
สิ่งที่น่าวิตกคือสถานการณ์ไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนนั้นได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องรับมือให้ทันท่วงที
วันนี้จึงต้องลงมือแล้ว ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่
ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะเตรียมความพร้อมตัวเอง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
รอจนถึงเวลาที่เมฆหมอกสงครามผ่านไป ไทยเราจะได้พุ่งทะยาน
นฤตย์ เสกธีระ
maxlui2810@gmail.com
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สถานคดเลขท #ไมตองรอ #รบ.ใหม #โดย #นฤตย #เสกธระ


