อยู่วงการบันเทิงเป็นนักร้องมานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เข้าแข่งขันรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 8 ศิลปินแร็พเปอร์สาว ‘Wonderframe’ หรือ ‘เฟรม’ ศุภัคชญา สุขใบเย็น เลยอยากเบนเข็ม ก้าวสู่งานแสดง ทุ่มทุนเปิดบริษัท Uprising Entertainment ผลิตซีรีส์ โดยนั่งแท่นเป็นผู้จัดควบนักแสดง
โดยวันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจถึงเส้นทางใหม่ของตนเอง
★ สวมหมวกใบใหม่กับการขึ้นแท่นเป็นผู้จัด?
เฟรม – “วันนี้มาในบทบาทของผู้จัด จริงๆ เปิดบริษัท Uprising Entertainment มาสักพักแล้ว ทำโปรดักชั่นเฮาส์มาก่อน ทำเบื้องหลัง ทำเอ็มวีด้วย แต่เพิ่งจะเปิดตัวค่ายอย่างเป็นทางการไปไม่นานนี้ แล้วก็มีน้องๆ ในสังกัด เราเป็นผู้จัด ทำซีรีส์ แล้วก็ทำโปรดักชั่นเอง
ส่วนจุดเริ่มต้นที่อยากเป็นผู้จัด เราอยู่ในวงการ 13-14 ปี ถ้านับตอนเป็นนักร้องชื่อ Wonderframe (วันเดอร์เฟรม) ก็น่าจะ 8 ปี เลยรู้สึกว่ามีจุดที่เราอยากพักจากการร้องเพลงสักแป๊บนึง อยากลองงานแสดงเพราะที่ผ่านมาเคยได้ลองงานแสดง แล้วหงุดหงิดตัวเองที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ตัวเองอยากให้มันเป็น เลยคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาลงทุนกับเรา งั้นลงทุนเองและทำกับเพื่อนๆ บริษัทเรายังเป็นบริษัทเล็กๆ”
★ โดยประเดิมซีรีส์เรื่องแรก “The Dragon เพลิงมังกร”?
เฟรม – “ซีรีส์เรื่องนี้เอามาจากนิยายของคุณแซลมอน เราซื้อลิขสิทธิ์มาเลย 3 ภาค คือ The Dragon, The Tiger และ The Swan เรียกว่าจักรวาลเพลิงมังกร มีความเบียวนิดนึงแต่สนุกมาก ถามว่าตั้งใจอยากทำซีรีส์เกิร์ลเลิฟเลยไหม ส่วนตัวพยายามจะทำเกิร์ลเลิฟมาตั้งแต่เอ็มวีแล้ว ความที่ชอบดูผู้หญิงสวย เลยอยากลองทำเกิร์ลเลิฟที่จริงจังขึ้นมากกว่าเอ็มวีดู
สำหรับซีรีส์ The Dragon เพลิงมังกร เป็นเรื่องราวของสามพี่น้องตระกูลเฟย คือ เฟยหลง เฟยเทียน และ เฟยเฟิ่ง ที่อยู่ด้วยกัน มีอยู่วันหนึ่งเฟยหลงจับพลัดจับผลูต้องไปแต่งงานกับลี่หมิงซึ่งเป็นนางเอกจากอีกตระกูลหนึ่ง เพื่อควบรวมตระกูลกัน ซึ่ง เฟยหลง จะเป็นคนที่โตมากับการแอ๊กชั่น เพราะเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ที่สุดในเยาวราช ซึ่งเราเป็นคนรับบทนี้ค่ะ (ยิ้ม)”
★ ทำการบ้านยังไง?
เฟรม – “ฝึกแอ๊กชั่นมา 6 เดือนแล้วค่ะ เพื่อบทบาทนี้ เราอยากจริงใจกับการแสดง ถ้าเฟยหลงเป็นคนที่สู้เก่งแสดงว่าบอดี้ต้องแข็งแรง มีความกระฉับกระเฉง เราก็เลยฝึกตัวเองด้วยการพยายามลุกไปออกกำลังกาย ไปวิ่ง และไปเรียนแอ๊กชั่น รวมถึงเรียนยิงปืนและยิงธนูด้วย ส่วนพาร์ตดราม่าเรื่องนี้ค่อนข้างหนักแต่ก็สนุก เราเอ็นจอยกับความดราม่าของตัวละครเพราะมันมีที่มาที่ไปค่ะ”
★ บรรยากาศในการถ่ายทำ?
เฟรม – “สนุกค่ะ แต่ในความสนุกก็โหดอยู่ (ยิ้ม) ซีนบู๊ซีนเดียวใช้เวลาถ่ายประมาณ 10 ชั่วโมง คือเก็บทุกเม็ดเลย ผู้กำกับฯ ก็คือคนที่เปิดบริษัทด้วยกัน มีความตั้งใจเดียวกันคืออยากยกระดับซีรีส์ของไทยขึ้นไปอีก ทั้งภาพและบทค่ะ”
★ ต้องเป็นทั้งผู้จัดและแสดงด้วย ยากไหม?
เฟรม – “ยากค่ะ ด้วยความที่เราเหยียบสองขาทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มีปัญหาเข้ามาให้แก้ทุกวัน แล้วเราก็ต้องโฟกัสกับการแสดงด้วย พยายามแยกให้ได้ทั้งสองบทบาท”
★ สิ่งที่ยากและท้าทายตัวเองมากๆ ในการทำซีรีส์เกิร์ลเลิฟเรื่องนี้?
เฟรม – “ความท้าทายด้านการเป็นคนเบื้องหลัง ซึ่งเราต้องดีลกับธุรกิจ จัดการการเงิน รวมถึงการจัดการคน แล้วเราเป็นอินโทรเวิร์ตก็ไม่ได้ชอบคุยกับคนเยอะ เราก็ต้องพยายามสื่อสารมากขึ้นเพราะมีน้องๆ ในสังกัดและน้องๆ ในทีมที่ต้องดูแล แล้วน้องๆ ที่เป็นเด็กเจนซีแต่ละคนจะมีวิธีสื่อสารที่แตกต่างกันไป อันนี้เราต้องพยายามเรียนรู้ด้วยค่ะ”
★ กดดันไหมกับบทบาทใหม่ บางคนอาจจะมองว่ามาทำเพราะอยากตามกระแส?
เฟรม – “ไม่กดดันเลยค่ะ เพราะเราเป็นคนที่ทำอะไรเต็มที่มากๆ ส่วนเรื่องที่มองว่ามาหาผลประโยชน์กับกระแสเกิร์ลเลิฟที่กำลังมาแรงไหม สามารถไปย้อนดูได้เลยเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วเอ็มวีเพลงของวันเดอร์เฟรมเป็น GL ทำมานานแล้วค่ะ แล้วจริงๆ แพลนว่าจะทำซีรีส์เกิร์ลเลิฟมาประมาณ 3 ปีแล้ว แต่ด้วยดีลข้อตกลงทางธุรกิจมันไม่ได้เกิดขึ้น เลยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช้าลงด้วย”
★ ไม่ต้องปรับตัวเยอะกับการมาอยู่ในจักรวาลซีรีส์เกิร์ลเลิฟ?
เฟรม – “ไม่ต้องค่ะ อย่างที่บอกว่าเราคุ้นเคยมานานแล้ว เราเคยตื่นเต้นที่สุดตอนถ่ายเอ็มวีกับพี่ฟ้า (ษริกา) ซึ่งมีซีนที่เหมือนจะจูบกัน ตอนนั้นก็แบบมันจะยากไหมนะ เราไม่เคยจูบผู้หญิง แต่กลายเป็นไม่ยากเท่าที่คิด โดยเฉพาะกับการใกล้ชิดผู้หญิง แล้วรู้สึกดีด้วยซ้ำ ไม่รู้สึกเปลืองเนื้อเปลืองตัวกับการเล่นซีนนั้นค่ะ”
★ เด็กใหม่ที่มาเล่นเป็นยังไงบ้าง?
เฟรม – “น้องบางคนเพิ่งอายุ 20 เอง แต่ว่าตั้งใจมากๆ คัดมาแล้ว”
★ ตื่นเต้นไหม?
เฟรม – “ตื่นเต้นค่ะ มีอินเตอร์แฟนที่คอยตามมาตลอด เขาเห็นจากตอนที่ปล่อยไพล็อตไป ยังไงต้องขอโทษที่ทำให้รอกันนะคะ แต่ว่าปีนี้ได้ชมแน่นอน ตื่นเต้นจริงๆ ที่จะได้ปล่อยซีรีส์ออกมาให้ทุกคนได้ดูกัน จะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ”
★ มองตัวเองในวันนี้รู้สึกยังไงบ้าง?
เฟรม – “เฟรมมองตัวเองเป็นคนปกติที่ชอบทำงาน แฮปปี้กับการเติบโตในทุกวันกับทุกบทบาท ได้เจอคนใหม่ๆ ทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ทุกอย่างคือชีวิต แล้วก็มองตัวเองว่ายังต้องเติบโตได้อีกเยอะ เราโชคดีที่ได้ทำในสิ่งที่เรารักและยอมที่จะเหนื่อยเพื่อมัน ส่วนตัวเป็นคนชอบหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลาไม่แน่ใจว่า Workaholic ไหม แต่ว่าหยุดทำงานไม่ได้จริงๆ เคยคิดวันเกษียณของตัวเองไว้ แต่คิดว่าน่าจะเกษียณได้เต็มที่ปีนึงแบบที่ไม่ทำอะไร เพราะว่าหลังจากนั้นก็ต้องทำอยู่ดี (ยิ้ม) รู้สึกว่าการทำงานมันสนุก บางครั้งเคยถามตัวเองด้วยว่าเราทำงานอยู่ไหมนะ ทำไมเราแฮปปี้จังเลย แล้วสิ่งที่เราทำมันก็มีรายจ่ายและมีรายได้ อ๋อ๊จริงๆ เราแค่แฮปปี้กับสิ่งที่เราทำก็เลยไม่ได้รู้สึกเหมือนเราทำงาน สิ่งสำคัญเลยต้องขอบคุณแฟนๆ ด้วยที่ซัพพอร์ตมาตลอด”
★ คาดหวังกับบทบาทใหม่ยังไงบ้าง?
เฟรม – “ตอนเด็กๆ เราเคยคาดหวังว่าอยากให้มันดัง อยากได้ยอดวิวเท่านี้ อยากได้เงินเท่านี้ แต่ยิ่งโตขึ้นยิ่งรู้สึกว่าความคาดหวังในเรื่องพวกนั้นมันน้อยลง แต่ไปคาดหวังกับตัวเองที่อยากทำให้มันดีมากกว่า แล้วก็อยากดูแลทีมเราให้เติบโตไปได้ดี รวมถึงน้องๆ ในสังกัดเราก็อยากเห็นเขาเติบโตไปในทางที่ดี อย่างที่บอกว่าตอนนี้มีน้องๆ ในสังกัดอยู่ประมาณ 3-4 คน ไม่เยอะมาก ความที่เราเป็นคนซีเรียสเวลาจะเอาใครเข้ามาดูแล ฉะนั้นก็คิดว่าเราเอาเท่าที่เราไหว เพื่อที่เราจะได้เต็มที่กับเขา น้องๆ บางคนเราก็รีเสิร์ชมาจากโซเชี่ยล คนไหนน่าสนใจเราก็ทักข้อความไปหา คุยออนไลน์ก่อนถ้าเรารู้สึกว่าคลิกกัน เราถึงจะเรียกมาเจอ ไม่รู้ว่าตอนที่ทักไปน้องๆ เขาตกใจหรือเปล่า เพราะเราใช้โซเชี่ยลของตัวเองทักไปหาเลย ประมาณว่าติดต่องานค่ะ ตอนนี้พี่ทำโปรเจ็กต์นี้อยู่ สนใจมาลองแคสต์ไหม ส่วนใหญ่ถ้าเวลาได้น้องคนที่เราทักไปก็จะมากันค่ะ”
★ ฝากทิ้งท้าย?
เฟรม – “ฝาก Uprising Entertainment อีกแช็ปเตอร์หนึ่งของวันเดอร์เฟรม แล้วก็ฝากซีรีส์ The Dragon เพลิงมังกร นอกจากนั้นยังมีซีรีส์สั้นและโปรเจ็กต์อีกเยอะเลยที่จะออกมาให้ดูกันในปีนี้ค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อาทตยใส #Wonderframe #ชอบทำงาน #แฮปปกบการเตบโตไมคดเกษยณ


