
แกร็บ ยันคงค่าบริการ ชี้ครม.ใหม่ต้องสมดุล แก้ปัญหาพลังงาน-ปากท้อง-กระตุ้นศก.
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า วิกฤตพลังงานในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนและธุรกิจในทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การขนส่งและเดินทาง และธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องในด้านต้นทุนและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม แกร็บยังคงติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจและคนในอีโคซิสเต็มอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ในช่วงสองปีที่ผ่านมา แกร็บได้นำเสนอทางเลือกของบริการที่ประหยัดขึ้นสำหรับผู้ใช้บริการทั้งการเดินทางและเดลิเวอรี ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางด้วยรถยนต์ (GrabCar SAVER) รถจักรยานยนต์ (GrabBike SAVER) ซึ่งในปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 250% หรือการจัดส่งอาหารแบบประหยัด (SAVER delivery) ซึ่งมีอัตราการใช้บริการเติบโตขึ้นถึง 77% ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
“ ในส่วนของคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการทั้งการรับ-ส่งผู้โดยสารและการจัดส่งอาหาร-สินค้า ที่ผ่านมาแกร็บได้พิจารณาให้ “อินเซนทีฟพิเศษ” เพื่อแบ่งเบาภาระโดยช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาท นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2569 โดยเรายังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินผลกระทบและจะพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ดี เรายังคงราคาค่าบริการต่างๆ ให้อยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด และพร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและรักษาความสมดุลให้เกิดกับทุกภาคส่วนมากที่สุด “ นางสาวจันต์สุดา กล่าว
นางสาวจันต์สุดา กล่าวว่า บริษัทฯ เชื่อว่าการแก้ไขวิกฤตพลังงานและปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายและสำคัญที่สุดของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้คนนับล้านในประเทศไทยและเป็นตัวกลางในการบริหารอุปสงค์ (ผู้ใช้บริการ) และอุปทาน (ร้านค้าและคนขับ) แกร็บอยากให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงผลกระทบที่รอบด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องและการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การควบคุมและแทรกแซงราคาไม่อาจแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายหรือแนวทางแก้ปัญหาที่ส่งเสริมให้เกิดความยืดหยุ่นและความสมดุลของทุกภาคส่วนโดยพิจารณาถึงกลไกตลาดเป็นสำคัญ จะดำเนินการอย่างไรให้เกิดผลกระทบเชิงลบน้อยที่สุด และยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ท่ามกลางความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็น การเดินเครื่องผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่กลุ่มตะวันออกกลางเพื่อดึงรายได้เข้าประเทศ การใช้เงินอัดฉีดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น อย่างโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อไป หรือแม้แต่การผ่อนปรนกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้ประชาชนคนไทยยังสามารถมีหนทางในการสร้างรายได้เพื่ออยู่รอดในภาวะสงครามและวิกฤตทั่วโลก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#แกรบ #ยนคงคาบรการ #ชครม.ใหมตองสมดล #แกปญหาพลงงานปากทองกระตนศก


