สถานการณ์ประชากรไทยเข้าขั้นวิกฤต หลังพบว่ายอดเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 ลดต่ำลงที่สุดในรอบ 75 ปี โดยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนหน้าเกือบ 5 หมื่นคน ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 559,684 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
สัญญาณอันตราย: วัยทำงานหาย ผู้สูงอายุพุ่ง
นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เปิดเผยว่าหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าปีหน้ายอดเกิดอาจต่ำกว่า 4 แสนคน และในอีก 10 ปีข้างหน้า วัยทำงานจะหายไปกว่า 2.5 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
คนรุ่นใหม่อยากมีลูก แต่สู้ค่าครองชีพไม่ไหว
จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า คนรุ่น Gen Y และ Gen Z ยังมีความต้องการมีบุตร แต่ติดปัญหาสำคัญคือ ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต รวมถึงขาดผู้ช่วยเลี้ยงดูบุตรในขณะที่ต้องทำงาน ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไม่อยากมีลูก แต่อยู่ที่รัฐบาลขาดนโยบายรองรับที่เป็นรูปธรรม (Family-friendly Society)
ข้อเสนอทางออก: เปลี่ยนการสงเคราะห์เป็นการลงทุนในมนุษย์
พรรคประชาชนได้เสนอมาตรการเปลี่ยนผ่านสวัสดิการเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:
- ระยะเร่งด่วน: ให้เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าโดยไม่คัดกรองเฉพาะคนจน, อัดฉีดงบช่วยค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย และจัดอาหารฟรี 2 มื้อในโรงเรียนเพื่อลดภาระผู้ปกครอง
- ระยะยาว (ปีงบประมาณ 2571): ให้เงินรายเดือนตั้งแต่ตั้งครรภ์ 5 เดือนจนถึง 6 ปี, สนับสนุนท้องถิ่นจัดเนิร์สเซอรีชุมชนที่เปิดถึง 18.00 น., ให้สิทธิลดหย่อนภาษีบริษัทที่จัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็ก, ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ และเพิ่มวันลาเพื่อครอบครัว
“เราต้องเลิกเรียกร้องให้ประชาชนมีลูกเพื่อชาติ แต่รัฐต้องสร้างสังคมที่โอบอุ้มครอบครัว” ตัวแทนพรรคประชาชนกล่าวทิ้งท้าย พร้อมยืนยันจะติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันวิกฤตขาดแคลนแรงงานที่จะกระทบเศรษฐกิจไทยในอนาคต


