เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร และกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ได้ร่วมกันแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) โดยระบุว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่กลับขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและการตรวจสอบที่ถี่ถ้วน
เปิด 3 เหตุผลหลัก ทำไมต้องคัดค้านแลนด์บริดจ์
ทางกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อกังวลสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาดังนี้:
- ความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ: ผลการศึกษาจากสภาพัฒน์ฯ ระบุว่าลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ ปริมาณสินค้าอาจไม่มากพอ และไม่สะดวกเท่าการใช้ช่องแคบมะละกาที่มีระบบสนับสนุนครบถ้วนมานานกว่า 200 ปี
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน: โครงการอาจทำลายพื้นที่ป่า ระบบนิเวศชายฝั่ง และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพประมงในพื้นที่ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้
- ขาดความโปร่งใส: รัฐบาลไม่ได้นำโครงการนี้มาอภิปรายในรัฐสภา ไม่มีในคำแถลงนโยบาย และมีการปกปิดรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ไม่ให้ประชาชนเข้าถึง
จี้รัฐทำ SEA และรับฟังเสียงประชาชนจริงจัง
ด้าน นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธาน กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชนฯ ระบุว่ารายงานความคุ้มค่าจาก สนข. และสภาพัฒน์ฯ มีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ทำให้น้ำหนักทางวิชาการไม่เพียงพอที่จะผลักดันโครงการต่อไปได้
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แทนการสั่งเดินหน้าโครงการอย่างมักง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้กลายเป็น “ท่าเรือร้าง” ในอนาคต
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ เตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 21 เมษายน เพื่อหาข้อสรุปและนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป


