ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 มี.ค.69) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ซี่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีการแถลงข่าวนำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ได้เห็นชอบแนวทางมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมัน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ รวม 7 เรื่อง ได้แก่
- เห็นชอบให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยกำหนดรูปแบบและระยะเวลาให้เหมาะสม
- เห็นชอบเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง สำหรับใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค จาก 300 บาท เพิ่ม 100 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 1 เดือน ทั้งนี้เมื่อมีรัฐบาลใหม่ จะประเมินสถานการณ์และพิจารณาความต่อเนื่องอีกครั้ง
- มอบหมายกระทรวงคมนาคมดูแลกลุ่มขนส่ง ทั้งรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ
- ช่วยเหลือเกษตรกร ผ่านโครงการธงเขียว สนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่บัตรดินดี เพื่อลดต้นทุน และส่งเสริมปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์
- ช่วยเหลือภาคประมง โดยสนับสนุนการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันทั่วไปประมาณ 5–6 บาท
- ช่วยเหลือบริษัทคู่สัญญาภาครัฐ โดยขยายระยะเวลาตรวจรับงานตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี และเร่งชดเชยค่า K โดยสำนักงบประมาณ
- ดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SME ผ่านกระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสิน เตรียมวงเงินซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบายกรณีการปรับลดภาษีสรรพสามิตว่า ในด้านข้อกฎหมาย กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าสามารถดำเนินการได้ในรูปแบบใด โดยเบื้องต้นเข้าใจว่า ณ ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ครม. มีมติแล้ว จะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หาก กกต. อนุญาต ก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากไม่ได้รับอนุญาต ก็จะเสนอขออนุมัติอีกครั้งเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่
ส่วนอัตราการปรับลด หรือผลกระทบต่อรายได้ของรัฐ ขึ้นอยู่กับระดับการปรับลด ซึ่งกรมสรรพสามิตจะพิจารณารายละเอียดในแต่ละกรณี
สำหรับมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะใช้งบประมาณประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยจะใช้งบกลาง ซึ่ง ครม. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงต้องเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกขั้นตอนหนึ่ง
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งจะยึดตามการใช้งานจริงของผู้ประกอบการ โดยกระทรวงการคลังจะสนับสนุนผ่านระบบพร้อมเพย์ในลักษณะเงินอุดหนุน (Subsidy) ทั้งนี้ จะครอบคลุมเพิ่มเติมไปยังรถโดยสารขนาดเล็ก และรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ดวน #ครม.ไฟเขยวศกษาลด #ภาษสรรพสามตนำมน #พวงเตมเงน #บาท #เขาบตรคนจน


