
ถ.ข้าวสาร โอดการค้าเงียบ กินดื่มวูบ-นทท.จองพักเหลือ30% งัด‘สวัสดีสงกรานต์’สู้ ปิดถนนเล่นสาดน้ำ
วันที่ 15 มีนาคม นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้าขายบนถนนข้าวสารว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและหลายฝ่ายเชื่อว่าจะยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาของคนไทย ในการออกมาสังสรรค์และกินเที่ยวนอกบ้านช่วงเย็นถึงกลางคืน หายไปเกือบหมดในย่านถนนข้าวสาร โดยลูกค้าส่วนใหญ่ตอนนี้ยังเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ส่วนหนึ่งเป็นคนในประเทศแถบตะวันออกกลางและยุโรปที่การเดินทางกลับประเทศ แต่ติดในเรื่องเส้นทางบินที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ และบางส่วนเจอปัญหาค่าตั๋วบินสูงกว่าปกติ3-4 เท่าตัว อีกประเด็นคือ รัฐบาลเตรียมปรับลดฟรีวีซ่า (Visa Exemption) จาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ใช้เป็นหนึ่งมาตรการปิดช่องโหว่ทางความมั่นคงและลดอาชญากรรมในช่วงเกิดสงครามในตะวันออกกลาง
” ปัจจัยจากสงครามตะวันออกกลาง มีผลกระทบต่อยอดจองที่พักหรือโรงแรมในถนนข้าวสารและใกล้เคียง พบว่า ลดลงมาก ซึ่งปกติทุกปี ใกล้เดือนเมษายนจะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกจองมาพักเพื่อเที่ยงเทศกาลสงกรานต์ในไทย วันนี้ต้องมียอดจองล่วงหน้า 65-70% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด แต่ปีนี้ยังต่ำกว่า 30% กลุ่มจองเป็นชาวยุโรปและคนไทยจากต่างจังหวัด ” นายสง่า กล่าว
นายสง่า กล่าวว่า แง่เงินใช้จ่ายก็ต่ำลงมาก อย่างคนไทย ช่วงปกติถนนข้าวสาร ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีการนัดหมายมากินดื่มหนาตา แต่วันนี้หายไปกว่าครึ่ง ด้วยคนไทยน่าจะกังวลต่อเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและปัญหารายได้ในอนาคต หลังวิกฤตราคาพลังงาน น้ำมันแพง ขึ้นราคาดีเซลผลมีตรงต่อต้นทุนผลิต ขนส่ง และราคาสินค้าหรือบริการขึ้นอีก จึงตัดทอนการทานข้าวหรือพบปะนอกบ้าน ยิ่งนับวันจากนี้จะรุนแรงขึ้น ซึ่งความวิตกเรื่องความปลอดภัยและการก่อการร้ายควันหลงจากสงครามตะวันออกกลาง จะลามเข้าประเทศนอกตะวันออกกลาง ซึ่งไทยเองก็มีนักท่องเที่ยวหรือคนอาหรับในไทยมาก ก็มีผลต่ออารมณ์การใช้จ่ายนอกบ้านด้วย
นายสง่า กล่าวว่า สำหรับเทศกาลวันสงกรานต์ ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ยังเห็นพ้องไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรควรมีการจัดงานสงกรานต์ ซึ่งปีนี้ ธีมงานภายใต้ชื่อ ‘สวัสดีสงกรานต์ 2026″ เริ่มในวันอาทิตย์ 12 เมษายน จัดกิจกรรมเชิงประเพณีและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย อาทิ ตักบาตรทำบุญ สรงน้ำพระ การแสดงกลองยาว แต่งกายด้วยชุดไทย และจุดถ่ายภาพนักท่องเที่ยว จากนั้นวันที่ 13-15 เมษายน ปิดถนนข้าวสารให้เล่นน้ำ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 22.00 น.ของทุกวัน โดยปีนี้เชื่อว่าเทศกาลสงกรานต์ไม่น่าจะคึกคักมากเท่าปีก่อน ที่ว่าแย่แล้ว ปีนี้รู้สึกว่าจะแย่ลงอีก ซึ่งการจัดงานสงกรานต์ปีก่อน จะมีคนไทยและต่างชาติเดินมาเล่นน้ำ กินดื่ม เฉลี่ยวันละ 1 แสนคน และรายได้สะพัดเฉลี่ย 50 ล้านบาทต่อวัน ปีนี้จำนวนเฉลี่ยน่าจะเหลือ 8 หมื่นคนต่อวัน และรายได้สะพัดน่าจะไม่ถึง 30 ล้านบาท
นายสง่า กล่าวว่า ในภาวะอย่างนี้ ยังเห็นโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศ และอยากให้รัฐบาลผลักดัน คือ ส่งเสริมไทยเป็นประเทศศูนย์รวมจัดคอนเสิร์ต หรือ การแสดงความบันเทิงระดับนานาชาติ ล่าสุดงานคอนเสิร์ตจากศิลปินดังเกาหลีใต้ พบว่า คนหนุ่มสาวชาวจีน เดินทางมาจองที่พักและเข้าชมคอนเสิร์ตจำนวนมาก เพราะศิลปินเกาหลีใต้ไม่อาจจัดคอนเสิร์ตในจีนได้ ซึ่งลักษณะแบบนี้น่าจะมีกับอีกหลายประเทศ อีกเรื่องคืออยากให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เป้าหมายดึงคนเอเชียมาเที่ยว ตอนนี้จะเห็นหลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือ จีน มีการจัดโปรลดราคาที่พัก และตั๋วต่างๆ เราก็น่าจะมีแคมเปญลดค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในไทย แข่งขันกับเขาด้วย และน่าจะทำก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ หรือไม่เกินปลายเดือนมีนาคมนี้
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ถ.ขาวสาร #โอดการคาเงยบ #กนดมวบนทท.จองพกเหลอ30 #งดสวสดสงกรานตส #ปดถนนเลนสาดนำ


