
ผู้บริหารพณ. เดินสาย ตรวจตลาด เกาะติดภาวะราคาสินค้า ยันราคาส่วนใหญ่ทรงตัว จับตาน้ำมัน-ค่าไฟขึ้น ดันเงินเฟ้อเกิน2-3 %
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 มีนาคม เป็นวันที่ 2 ของแผนกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่ตลาดสด เพื่อติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลาดรังสิต จังหวัดปทุมธานี นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในตลาดรังสิต พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ระดับราคามีทั้งปรับเพิ่มขึ้นและทรงตัว แตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุนของแต่ละสินค้า อาทิ เนื้อไก่และเนื้อสุกรที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบ ขณะที่สินค้าบรรจุภัณฑ์มีการปรับราคาสูงขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารปรุงสำเร็จในตลาด เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่ง ยังไม่ปรับขึ้นราคา โดยผู้ประกอบการยังคงตรึงราคาและคงคุณภาพเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ทั้งนี้ นายนันทพงษ์ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ประชาชน เพื่อสื่อสารแนวทางมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลค่าครองชีพ ได้แก่ 1. มาตรการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ธงฟ้า) และการเชื่อมโยงผู้ผลิต–ค้าส่ง–ค้าปลีก เพื่อลดราคาถึงมือประชาชน 2.มาตรการช่วยลดต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และ 3. การกำกับดูแลราคาสินค้าภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการพิจารณายกระดับมาตรการทางกฎหมาย ในการเพิ่มเติมรายการสินค้าควบคุม อาทิ น้ำดื่มบรรจุขวด และเม็ดพลาสติก รวมถึงปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำยาล้างจาน เพื่อป้องกันการส่งผ่านต้นทุนที่ไม่เหมาะสมไปยังผู้บริโภค
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวยังได้มีการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการประเมินผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อต่อไป โดยโฆษกกระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง อยู่ในระดับเหมาะสม และมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม การฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา การกักตุนสินค้า หรือการปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่ ตลาดคุณยิ้ม ย่านอุดมสุข เขตบางนา นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า จากพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางดูแลและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านค้าอาหารสดและอาหารปรุงสำเร็จในตลาดประมาณ 200 แผง พบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญ เช่น เนื้อหมู ข้าวสาร เป็นต้น ยังอยู่ในภาวะปกติ ส่วนใหญ่มีราคาทรงตัว ผู้ค้าให้ความร่วมมือปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายไว้อย่างชัดเจน และมีปริมาณสินค้าเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งร้านอาหารปรุงสำเร็จในพื้นที่ยังคงจำหน่ายในระดับราคาเดิม หรือมีตัวเลือกราคาประหยัด เพื่อรองรับความต้องการและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน
ขณะที่สินค้าบางรายการมีแนวโน้มปรับตัวตามกลไกตลาด อาทิ ไข่ไก่ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน แม่ไก่ไข่จะกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้ไข่ไก่มีขนาดเล็กลงและมีจำนวนลดลง ราคาจำหน่ายจึงปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งมะนาวที่มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลงในช่วงหน้าแล้ง ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ทีมงานกระทรวงพาณิชย์ได้รับฟังเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการในตลาด เกี่ยวกับต้นทุนสินค้าบางส่วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกและกล่องบรรจุอาหารซึ่งปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบของผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จะมีการประเมินสถานการณ์ความสอดคล้องของราคาจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ โดยยึดหลักให้ราคาสินค้าสะท้อนต้นทุน ที่เหมาะสมและไม่สร้างภาระต่อผู้ค้าและผู้บริโภคเกินสมควร ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำผิดหรือไม่ได้รับ ความเป็นธรรมทางการค้า สามารถร้องเรียนที่สายด่วน 1569
จังหวัดกาญจนบุรี นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เพื่อลดภาระประชาชน ระหว่าง 23 – 25 มีนาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ณ สนามด้านข้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต/กลุ่มเกษตรกร/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายธุรกิจ ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SMEs) นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย สินค้าชุมชน เป็นต้น สินค้าราคาพิเศษ อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 80 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 20 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 35 บาท ข้าวหอมมะลิ 100% (5 กก.) ถุงละ 100 บาท
นอกจากนั้น ยังเชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร มะพร้าว ลูกละ 10 บาท กะล่ำปลี กิโลกรัมละ 10 บาท และมะนาวแป้น ลูกละ 3 บาท (7 ลูก 100 บาท) มาภายในงานได้อีกด้วย ทั้งนี้ มีแผนจะจัดงานมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอีก 11 ครั้ง ทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ห้าง เกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มรายการสินค้าควบคุมใหม่ 12 รายการ จากเดิมที่มีอยู่ 59 รายการ และเพิ่มการใช้มาตรการเข้มกับ 13 รายการสินค้าที่ต้องขอนุญาตก่อนขึ้นราคาและรายงานรายละเอียดของเส้นทางสินค้าจากต้นทางถึงปลายทาง เพื่อดูแลปริมาณและราคาที่เป็นไปตามต้นทุนแท้จริง สกัดการฉวยโอกาสทางการค้า พร้อมกับ พิจารณาการจัดทำสินค้าราคาประหยัด(เฮ้าแบรนด์) เริ่มที่ 25 รายการสินค้า และวางจำหน่ายในช่วง 2 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยเน้นคุณภาพและราคา และเป็นสินค้าจำเป็น ทั้งนี้ หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ จะนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นปัจจัยที่จะมีผลต่อเงินเฟ้อ ทั้งค่าพลังงาน ค่าไฟ และต้นทุนที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อเดิมกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ไว้ 1-2 % บนสมมุติฐานราคาน้ำมันดิบไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อาจพิจารณาตัวเลขเป็น 2-3% จากสมมุติฐานราคาน้ำมันเกิน 120 เหรียญ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#พณ.ตรวจตลาด #ยนราคาสนคาสวนใหญทรงตว #จบตานำมนคาไฟขน #ดนเงนเฟอเกน


