จากนิยายโดย ‘แอนดี้ เวียร์’ สู่ภาพยนตร์หนังไซไฟ วิทยาศาสตร์ “PROJECT HAIL MARY-ภารกิจกู้สุริยะ” โดย 2 ผู้กำกับ ‘ฟิล ลอร์ด’ และ ‘คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์’ นำแสดงโดย ไรอัน กอสลิง, แซนดรา ฮูเลอร์, ไลโอเนล บอยซ์, เคน เหลียง, มิลาน่า วีนย์ทรูบ
เรื่องราวของครูวิทยาศาสตร์ ไรแลนด์ เกรซ (ไรอัน กอสลิง) ที่ตื่นขึ้นมาในยานอวกาศ ซึ่งห่างจากโลกหลายปีแสง กับความทรงจำที่หายไป โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง พอความทรงจำเริ่มกลับมา เขาจึงได้รู้ว่า เขามีภารกิจไขความลับของสสารลึกลับ ที่กำลังทำให้แสงของดวงอาทิตย์ดับลง ด้วยการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เขามี เพื่อปกป้องทุกสิ่งบนโลกให้พ้นจากการสูญสิ้น แต่ระหว่างทางเขาได้พบกับมิตรภาพที่ไม่คาดคิด และทำให้เขาพบว่าเขาอาจไม่ต้องทำภารกิจนี้เพียงลำพัง
เป็นโปรเจ็กต์ที่ถูกกำหนดมาโดยผู้แต่งหนังสือ ‘แอนดี้ เวียร์’ ช่วงต้นปี 2020 ก่อนที่หนังสือจะตีพิมพ์ ก่อนที่ใครจะรู้ว่าโลกกำลังจะเผชิญกับอะไรในปีนั้น ‘แอนดี้ เวียร์’ ได้ส่งต้นฉบับไปให้นักแสดง ‘ไรอัน กอสลิง’ คำขอของเขาเรียบง่ายเขาต้องการให้ ‘กอสลิง’ พิจารณา ไม่เพียงแค่การรับบทนำเท่านั้น แต่ยังให้ร่วมอำนวยการสร้างโครงการนี้ด้วย ซึ่งทาง ‘กอสลิง’ อ่านต้นฉบับจบภายในครั้งเดียว
ไรอัน กอสลิง ที่รับบท ไรแลนด์ เกรซ เผยว่า “มันเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่มาก ไรแลนด์ เกรซ ไม่ได้เป็นคนสุขุมหรือแข็งแกร่งแบบวีรบุรุษ เขาไม่ได้กล้าหาญอะไรเลย และเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่เขาก็ยังคงพยายามต่อไป ช่วงเวลาที่เวียร์ส่งต้นฉบับให้ผมในช่วงเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 ตอนนั้นการถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วโลกหยุดนิ่ง และโรงภาพยนตร์ปิดตัวลง อุตสาหกรรมกำลังแตกเป็นเสี่ยง และอนาคตของการสร้างภาพยนตร์ขนาดใหญ่ดูไม่แน่นอน ซึ่งผมได้รับโอกาสที่จะสร้างประสบการณ์ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตครับ”
ในด้านงานกำกับ ปาสคาล ผู้อำนวยการสร้าง กล่าวว่า “แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันต้องเป็น ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์”
มิลเลอร์เผยว่า “เราอ่านจบภายใน 24 ชั่วโมง ผมนอนดึกทั้งคืน ผมคิดว่าผมเข้านอนตอนตีห้า เพราะผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป สิ่งที่ดึงดูดพวกเราไม่ใช่เพียงความกล้าหาญของแนวคิดในเรื่องของเวียร์ครับ แต่ยังรวมถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวในช่วงกลางเรื่อง จากความโดดเดี่ยวสู่ความเป็นหุ้นส่วน สิ่งที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือ เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นไซไฟ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องของมนุษย์ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ของมิตรภาพครับ”
ด้าน ลอร์ด เล่าต่อว่า “ตอนแรกมันดูเหมือนหนังผจญภัยในอวกาศ หนังภัยพิบัติ แต่พอผ่านไปประมาณหนึ่งในสามของเรื่อง มันกลับกลายเป็นการศึกษาตัวละครอย่างใกล้ชิดระหว่างบุคคลสองคนที่ต้องเรียนรู้วิธีสื่อสารกัน การเปลี่ยนจุดนี้แหละที่ทำให้มันพิเศษ”
โปรดักชั่นที่อลังการงานสร้างคือการสร้างยานอวกาศ ‘ชาร์ลส์ วูด’ ผู้ออกแบบงานสร้าง เผยว่า “เราพูดคุยกันอย่างมากเกี่ยวกับความสมจริง และอยากให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นในภาพยนตร์จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่บนยานเดียวกับเกรซและร็อกกี้จริงๆ ซึ่ง ลอร์ดและมิลเลอร์ 2 ผู้กำกับ ได้ย้ำอย่างชัดเจนว่าพวกเราไม่ต้องการใช้ภาพจำแบบเดิมของหนังอวกาศ ยาน Hail Mary ถูกสร้างขึ้นโดยหลายประเทศ ดังนั้นพวกเราจึงต้องการสิ่งที่ดูเหมือนถูกประกอบขึ้นโดยพันธมิตรระดับโลกของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่กำลังแข่งกับเวลา”
นอกจากการสร้างยาน ผู้กำกับ มิลเลอร์ กล่าวอีกว่า “การทำให้ร็อกกี้ สิ่งมีชีวิตต่างดาว มีชีวิตขึ้นมาคือเวทมนตร์เชิงปฏิบัติ ซึ่ง ร็อกกี้ปรากฏตัวขึ้นกลางเรื่องราวเหมือนรอยแยกบางอย่าง เปลี่ยนเรื่องราวการเอาชีวิตรอดให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่าจะทำให้เขามีภาพลักษณ์อย่างไร แต่คือการรักษาความแปลกประหลาดที่ทำให้ตัวละครนี้น่าดึงดูดตั้งแต่แรก”
‘นีล สแกนแลน’ ผู้ควบคุมเอฟเฟ็กต์สิ่งมีชีวิต เผยว่า “สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับร็อกกี้ในหนังสือคือคำบรรยายที่ว่าเขาดูเหมือนทำจากหิน ไม่มีใบหน้า และมีแขนขาห้าขาที่สามารถใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้หลายแบบ แทนที่จะลดทอนความซับซ้อนเหล่านั้น ทีมผู้สร้างกลับเลือกจะยอมรับมันทั้งหมด หลายคนอาจจะปรับบางอย่างให้เรียบง่ายเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองง่ายขึ้น แต่เราไม่ทำแบบนั้น”
นีลเข้าใจว่าไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งมีชีวิตประกอบฉาก แต่มันคืออีกครึ่งหนึ่งของความสัมพันธ์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มออกแบบ “ร็อกกี้” จากพฤติกรรมของตัวละคร มากกว่าจากกายวิภาค “หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้คือร็อกกี้คือผู้เล่นคนที่สอง มันเป็นหนังเพื่อนซี้ ดังนั้นการสร้างและนำตัวละครอีกครึ่งหนึ่งของเรื่องขึ้นสู่จอจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก”
ผู้กำกับมิลเลอร์กล่าวอีกว่า “ร็อกกี้มีสติปัญญาระดับอัจฉริยะ เขาเป็นนักประดิษฐ์และวิศวกร แต่ภายในแล้ว ผมคิดว่าเขาเป็นเหมือนการผสมกันทางพันธุกรรมของชายชราขี้งก ลาบราดอร์ที่ร่าเริง และเด็กชายวัย 14 ปีที่ขี้กังวลมาก ไม่มีฉากของร็อกกี้ฉากใดในภาพยนตร์ที่ร็อกกี้ไม่ได้อยู่ในกองถ่ายจริง”
“ผมภูมิใจกับเรื่องนั้นมาก มันเป็นข้อพิสูจน์ถึงศิลปะการเชิดหุ่น มันใช้ได้จริง มันมีคุณค่า และมันสามารถสร้างเวทมนตร์พิเศษได้” มิลเลอร์กล่าว
พบมิตรภาพของคู่หูต่างสายพันธุ์กับภารกิจสุดท้าทาย ใน “PROJECT HAIL MARY-ภารกิจกู้สุริยะ” วันนี้ในโรงภาพยนตร์
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สตารตางแดน #หนง #PROJECT #HAIL #MARY #มตรภาพของคหตางสายพนธ


