อัปเดตล่าสุด สถานีคิดเลขที่ 12 | งานการเมือง ภารกิจบ้านเมือง โดย ปราปต์ บุนปาน

    0
    0
    E0B8A0E0B89B E0B887E0B8B2E0B899E0B881E0B8B2E0B8A3E0B980E0B8A1E0B8B7
    E0B8A0E0B89B E0B887E0B8B2E0B899E0B881E0B8B2E0B8A3E0B980E0B8A1E0B8B7

    รัฐบาลอนุทิน 2 โดยการนำของพรรคภูมิใจไทย มีทั้ง “งานการเมือง” และ “ภารกิจบ้านเมือง” ของตนเอง

    “งานการเมือง” แรกที่สำคัญที่สุดของพรรคสีน้ำเงิน คือ การหยุดพรรคประชาชน ให้สูญสิ้นความชอบธรรมทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง แล้วภูมิใจไทยก็ทำได้สำเร็จ

    งานการเมืองลำดับถัดมา คือ การจัดหน้าตา รูปทรง ความสัมพันธ์ทางอำนาจในรัฐบาลเสียใหม่

    รูปธรรมชัดเจนคือการไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมอยู่ในรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งย่อมเกิดจากเหตุผลทางการเมืองแน่ๆ

    ไม่ว่าจะเป็นประเด็นคุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง อันเนื่องมาจากข้อครหาเรื่อง “สีเทา” ของกล้าธรรม

    หรือจะเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ในการทำงานการเมือง ที่กล้าธรรมเดินตามรอยภูมิใจไทยมากเกินไป จนสักวันอาจจะเติบใหญ่ขึ้นมาวัดรอยเท้าและกลายเป็นคู่แข่งที่มีขนาดทัดเทียมพรรคสีน้ำเงินได้

    จึงจำเป็นจะต้องถูก “ตัดตอน-บอนไซ” ไปเสียก่อน

    แต่เมื่อประเทศมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ (ซึ่งก็คือนายกฯ คนเดิม ที่ได้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองต่อเนื่องกัน) อย่างเป็นทางการ และกำลังจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งมีทั้งส่วนที่คงเดิมและแตกต่างจาก ครม.ชุดรักษาการในปัจจุบัน

    “ภารกิจบ้านเมืองใหญ่ๆ” ก็ปรากฏขึ้นท้าทายรัฐบาลทันที

    นั่นคือวิกฤตพลังงาน วิกฤตน้ำมัน ที่เป็นผลกระทบมาจากสภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    หากตัดความสลับซับซ้อน ตัดเรื่องเทคนิคเข้าใจยากต่างๆ ออกไปให้หมด

    สภาพการณ์ที่คนไทยเจอในทุกวันนี้ คือ แม้รัฐบาลรักษาการและผู้รับผิดชอบภายใต้อำนาจของนายกฯ จะออกมาชี้แจงว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สามารถบริหารจัดการแก้ไขได้ทันที

    ที่เรื่องดูใหญ่โตลุกลามเกินจริงอาจเป็นเพราะประชาชนตื่นตระหนกตกใจไปเองด้วยซ้ำ หรือไม่ก็เป็นความบกพร่องไม่ชอบมาพากลของผู้ประกอบการรายย่อยๆ บางเจ้า

    แต่จนถึงบัดนี้ ปัญหาที่สามารถบริหารจัดการได้เหล่านั้นกลับยังไม่หมดไป แถมแพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้น แม้กระทั่งคนกรุงเทพฯ ที่ได้เปรียบประชาชนพื้นที่อื่นๆ ในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันตลอดมา ก็เริ่มได้รับผลกระทบอย่างจริงจังแล้ว

    นี่คือภารกิจบ้านเมืองที่ท้าทายความสามารถของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่อย่างยิ่งยวด โดยยังไม่ต้องคิดไกลไปถึงฉากทัศน์ที่ว่าวิกฤตพลังงานรอบนี้ กำลังจะส่งผลให้ค่าครองชีพอื่นๆ ต้องถีบตัวสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

    อย่างไรก็ตาม ในสภาวะทุกข์ร้อนเช่นนี้ “งานการเมือง” ของผู้นำใน (และเบื้องหลัง) รัฐบาล ก็คล้ายจะยังไม่หมดไป

    หลังสกัดพรรคกล้าธรรมได้แล้ว ล่าสุด ยังเพิ่งมีกรณีดีเอสไอ ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ดินกับ “บ้านใหญ่แป้งมัน” แห่งนครราชสีมา ซึ่งทรงอิทธิพลอย่างสูงในพรรคเพื่อไทยยุคปัจจุบัน

    แม้แต่ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” คนการเมืองรุ่นใหม่ที่ดูไม่ค่อยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร มีดีกรีเป็นรัฐมนตรีว่าการมาแล้ว 3 กระทรวง ทั้งยังมีรายชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2 ก็พลอยโดนหมายเรียกไปด้วย จนอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของเจ้าตัว

    แม้ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ กระบวนการนี้ย่อมไม่ใช่ “เรื่องการเมือง” แต่ทุกฝ่ายที่เห็นข่าว ล้วนตระหนักดีว่านี่เป็น “ยุทธวิธีในการบริหารจัดการอำนาจ” และ “การควบคุมคู่แข่งทางการเมือง” อย่างไม่ต้องสงสัย

    โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึง “บาดแผลในอดีต” ที่ภูมิใจไทยและ “กำนันป้อ-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” เคยมีต่อกัน

    ความท้าทายของผู้นำหรือคณะผู้นำรัฐบาล ก็คือจะทำอย่างไรให้ “งานการเมือง” และ “ภารกิจบ้านเมือง” ดำเนินคู่ขนานกันไป แบบไม่ส่งผลเสียหายซึ่งกันและกัน

    หรือในบริบทที่รัฐบาลควรจัดเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังของการงานภารกิจที่ตนเองต้องปฏิบัติ นี่อาจเป็นห้วงเวลาที่จำเป็นจะต้องหันมาทุ่มเทให้ “ภารกิจบ้านเมือง” โดยละทิ้ง “งานการเมือง” บางอย่างไปก่อนหรือไม่?

    ปราปต์ บุนปาน


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #สถานคดเลขท #งานการเมอง #ภารกจบานเมอง #โดย #ปราปต #บนปาน

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่