อัปเดตล่าสุด อนุทิน รับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกฯสมัยที่ 2 ย้ำปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง กกต.แจงเอาผิด6บุคคลถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

0
0
111 26
111 26

อนุทิน รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯสมัยที่ 2 ย้ำปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง กกต.แจงเอาผิด6บุคคลถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คณะกรรมการบริหารพรรค และส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทยอยได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค เพื่อเตรียมร่วมพิธีการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมถึงแกนนำและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค พรรค ประชาชาตินำโดยนายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค และพรรคอื่นๆ ตลอดครอบครัวของนายอนุทิน ทั้งอาทิ นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรสาว และ บุตรชาย ร่วมพิธี

ต่อมา เวลา 13.35น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จากนั้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่านพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหากที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้าให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภศิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว จะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

หลังเสร็จพิธี นายอนุทินก้มกราบบิดา และมารดา ก่อนโอบกอดภริยาและบุคคลในครอบครัว จากนั้นทักทายและถ่ายรูปกับผู้มาร่วมแสดงความยินดี

นายอนุทิน แถลงว่า ตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชน ว่าจะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาลอันประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และมีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รัก

วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยกรณีกกต. แจ้งความดำเนินคดีกับ 6 บุคคลกรณีถ่ายภาพและถอดรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อโยงข้อมูลผู้ลงคะแนนโดยเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง โดยกล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ ยืนยันว่ากกต.ทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ไม่มีใครจะพยายามรู้ว่าคนที่ลงคะแนนให้ใคร เพราะกฎหมายไม่รองรับว่าใครไปลงคะแนนให้ใคร

ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่ เกิดจาก เรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าการทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับและการเลือกตั้งต้องสำเร็จ

นายแสวง กล่าวอีกว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไว้พิจารณา ว่าคดีอยู่ในกระบวนการ ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงในประเด็นใดและเวลาใดบ้าง ยืนยันว่ากกต.ทำตามหน้าที่ ที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริต เที่ยงธรรม ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ เมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนนำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่ต้องไปชี้แจงว่าทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาล

เมื่อถามว่าถ้าเหตุการณ์สามารถนำไปสู่ต้นขั้วหรืออาจจะเป็นความไม่ลับเกิดขึ้นโดยที่ กกต.ไม่ได้ตั้งใจ และหากเป็นโมฆะจะส่งผลต่อกกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ยังไม่ถึงตรงนั้น รอไปจนถึงกระบวนการและทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และจะลับต่อไปแบบนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล ส่วนช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องหลายคดี แต่สำนักงานเรายืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า มีผู้ยื่นคำร้องต่อกกต.รวมทั้งหมด 3 ราย ขอให้ยุบพรรคประชาชนจากเหตุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคเกิดการรั่วไหล ซึ่งผู้ร้องยื่นคำร้องตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ โดยมีหลายฐานความผิด ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง ในการแสวงหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#อนทน #รบสนองพระบรมราชโองการ #แตงตงนายกฯสมยท #ยำปฏบตหนาทเตมกำลง #กกต.แจงเอาผด6บคคลถอดรหสบารโคดบตรเลอกตง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่