
เฮ้ง เรียก ป่าไม้-อุทยาน ประชุมด่วน ออกน.ส.3ก โดยมิชอบ21ฉบับ รุกป่าระนอง เตรียมฟ้องศาลปกครองระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่
วันที่ 26 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และการออกเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ท้องที่หมู่ 2 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นวงกว้าง
โดยมี พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ พบการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเป็นแนวยาวกว่า 1,050 เมตร ในพื้นที่บ้านเหนือ ซอยอ่าวจาก พร้อมตรวจพบการนำเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. จำนวน 21 ฉบับ มาใช้ครอบครองพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงบางส่วนที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน โดยในเบื้องต้นได้ทำการบันทึกอายัดไม้ทั้งหมด 689 ท่อน และไม้แปรรูป 4 แผ่นไว้ตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ผู้ครอบครองนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงสิทธิ นอกจากนี้ ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
ในการนี้ นายสุชาติ ได้สั่งการให้ ดร.รวีวรรณ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม และให้คำปรึกษา เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาและดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” และ “พญาเสือ” บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ อาทิ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ
พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพิสูจน์สิทธิ์ในพื้นที่ด้วยการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังช่วงปี พ.ศ. 2530–2532 เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนการออกเอกสารสิทธิ์ หากพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ จะใช้เป็นหลักฐานโต้แย้งสิทธิพร้อมประสานกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อเพิกถอน น.ส.3 ก. จำนวน 21 ฉบับ ที่ออกโดยมิชอบ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา
นายสุชาติ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการนำพื้นที่ป่ากลับคืนสู่รัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ จะต้องเพิกถอนทั้งหมด และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยทส.จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยุติปัญหาการบุกรุกป่า และสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกรมป่าไม้ได้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดต่อทรัพยากรธรรมชาติ และได้ร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และเครื่องมือทางวิชาการในการตรวจสอบพื้นที่ พร้อมยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและยับยั้งการบุกรุกป่าอย่างเป็นระบบ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เฮง #เรยก #ปาไมอทยาน #ประชมดวน #หลงพบ #ออกน.ส.3ก #โดยมชอบ21ฉบบ #รกปาระนอง #ฟองศาลปกครองระงบใชประโยชนในพนท


