
โตโต้ ปิยรัฐ ลุ้นศาลอุบลฯชี้ชะตาคดี ม.112 พรุ่งนี้ ปราศรัยในชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง เรื่องสถาบัน ปี’63
จากกรณีศาลจังหวัดอุบลราชธานี นัดฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ของนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ ในวันที่ 19 มีนาคม กรณีปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้นายปิยรัฐติดภารกิจร่วมประชุมสภา จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 20 มีนาคมแทนนั้น
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดฟังคำพิพากษาคดีของโตโต้ ในเวลา 09.00 น. โดยโตโต้ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, มาตรา 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563
ศูนย์ทนายความฯเผยว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบพยานหลายนัด ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2568 โดยสืบพยานโจทก์รวม 11 ปาก และพยานจำเลย 1 ปาก โจทก์กล่าวหาว่าคำปราศรัยของปิยรัฐพาดพิงและก้าวล่วงสถาบัน ด้านนายปิยรัฐยืนยันว่าพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตและประเมินความเสี่ยงในอนาคต ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นแต่อย่างใด
ข้อสังเกตสำคัญจากชั้นพิจารณาคดีคือพยานโจทก์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในเหตุการณ์หลายปากกลับให้การยืนยันว่าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ถ้อยคำปราศรัยของนายปิยรัฐไม่มีลักษณะยุยงให้ใครทำผิดกฎหมาย และเอกสารถอดคำปราศรัยที่ใช้ในชั้นสอบสวนเป็นเพียงบางส่วนที่พนักงานสอบสวนพิมพ์ไว้ก่อนนำมาให้ลงชื่อ โดยตำรวจสันติบาลยังระบุตรงๆ ว่าสิ่งที่น่าจะเป็นความผิดคือเฉพาะถ้อยคำของผู้ปราศรัยอีกคน ซึ่งไม่ใช่นายปิยรัฐ
ทั้งนี้ นายปิยรัฐถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 ทั้งหมด 3 คดี คดีนี้นับเป็นคดีสุดท้ายที่จะมีฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ในคดีแรก กรณีป้ายวิจารณ์ผูกขาดวัคซีนที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และคดีที่สอง กรณีโพสต์วิจารณ์การสลาย #ม็อบย่างกุ้งที่ศาลอาญา โดยทั้งสองคดี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง
สำหรับคดีดังกล่าว ศูนย์ทนายความฯได้ไล่เรียงไว้ดังนี้
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) จัดการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก่ ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน นับเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดในรอบ 6 ปีนับแต่การรัฐประหารปี 2557 และจุดชนวนให้เกิดการชุมนุมสนับสนุนในต่างจังหวัดทั่วประเทศในช่วงเดือนต่อมา
คลื่นการชุมนุมนั้นไหลมาถึง จ.อุบลราชธานี ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2563 เมื่อกลุ่ม “คณะอุบลปลดแอก” ซึ่งนำโดย นายฉัตรชัย แก้วคำปอด ทนายความและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตัดสินใจจัดการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ขึ้น เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอกและแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในกรุงเทพฯ
วันที่ 21 ส.ค.2563 นายฉัตรชัยยื่นหนังสือแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อ สภ.เมืองอุบลราชธานี ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด กำหนดจัดที่ลานศาลหลักเมือง ทุ่งศรีเมือง ในวันที่ 22 ส.ค.2563 ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงเยาวชน ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน
วันชุมนุมมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100-200 คน นายวิศรุต สวัสดิ์วร ทำหน้าที่พิธีกร เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาผลัดเปลี่ยนกันขึ้นพูดในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่สิทธิการศึกษา สิทธิการแต่งกาย ไปจนถึงการเรียกร้องทางการเมือง
ในช่วงท้ายของการชุมนุม นายวิศรุตเชิญ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ขึ้นปราศรัยในประเด็นสถาบันภายใต้รัฐธรรมนูญ และ 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ตามด้วยโตโต้ ปิยรัฐ ขณะนั้นเป็นแกนนำมวลชนอาสา We Volunteer ซึ่งขึ้นปราศรัยต่อในประเด็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์กับบทบาทของกองทัพไทย พร้อมเสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติมข้อที่ 11 ว่าด้วยการแยกพระราชอำนาจออกจากกองทัพ การชุมนุมถ่ายทอดสดผ่านเพจ “คณะอุบลปลดแอก” และดำเนินไปโดยสงบ จนสิ้นสุดในเวลา 20.00 น.
หลังการชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจสืบสวน สันติบาล และ กอ.รมน.ต่างรวบรวมภาพ วิดีโอ และถอดคำปราศรัยส่งต่อกันเพื่อสรุปสำนวน จนนำมาสู่การดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 ในที่สุด
โดยนายฉัตรชัยในฐานะผู้จัดชุมนุม และนายวิศรุตในฐานะพิธีกร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหลักตามมาตรา 116 ว่าด้วยการยุยงปลุกปั่น ขณะที่นายพริษฐ์และนายปิยรัฐในฐานะผู้ปราศรัย ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เพิ่มเติมจากข้อหามาตรา 116 หลังจากการแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรากับผู้ชุมนุมในช่วงปลายปี 2563
ปัจจุบันนอกจากคดีของนายปิยรัฐ ในคดีของนายฉัตรชัยและนายวิศรุตในข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่อัยการได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ
ส่วนคดีของนายพริษฐ์ศาลมีคำสั่งจำหน่ายออกจากสารบบชั่วคราว เนื่องจากนายพริษฐ์อยู่ต่างประเทศในสถานะผู้ลี้ภัย
อ่านบันทึกการต่อสู้คดีของ โตโต้ ปิยรัฐ ได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คลิก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#โตโต #ปยรฐ #ลนศาลอบลฯชชะตาคด #พรงน #ปราศรยชมนมป63 #เรองสถาบน


