รัฐบาลไทยเดินเกมรุกเชิงยุทธศาสตร์ นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย BOI เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย หวังผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญของซัพพลายเชนโลกและเป็น “ต้นน้ำ” ในการผลิตชิป
เจาะตลาดล้านล้านดอลลาร์ รับเทรนด์ AI
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 โดยไทยเล็งเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามการพัฒนา AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569
ยุทธศาสตร์สร้างความร่วมมือระดับโลก
- ผนึกกำลัง SEMI: หารือกับสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลก (SEMI) เพื่อเข้าถึงเครือข่ายบริษัทชั้นนำกว่า 4,000 แห่ง และวางแผนจัดงาน SEMICON ในไทย
- ดึงดูดบิ๊กเทคสหรัฐฯ: เจรจากับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่ง เพื่อให้ขยายฐานการลงทุนในไทย
- ความเชื่อมั่นจาก USCC: หารือกับหอการค้าสหรัฐฯ (USCC) และบริษัทชั้นนำ เช่น IBM, Visa, Netflix และ Chevron ซึ่งมองว่าไทยคือ “ศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาค” ไม่ใช่เพียงแค่ฐานผลิตเพื่อส่งออก
สถิติน่าสนใจ: ความเชื่อมั่นนักลงทุนสหรัฐฯ
ในช่วงปี 2564-2568 นักลงทุนจากสหรัฐฯ ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยแล้วถึง 232 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 220,300 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2568 เพียงปีเดียวมีมูลค่าสูงถึง 32,774 ล้านบาท ซึ่งเน้นหนักในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล
ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคใหม่
การดึงอุตสาหกรรมชิปเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มตัวเลข GDP แต่ยังเป็นการ สร้างงานคุณภาพสูง ยกระดับทักษะแรงงาน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยมีตำแหน่งที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงระดับโลก


