
‘ทวี’ แนะนำภาษีสรรพสามิต หนุนกองทุนน้ำมัน เลิกยืมจมูกคนอื่นหายใจ ชี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ใช้ปาล์มแทนน้ำมันใต้ดิน
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คนได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ
ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายเสนอญัตติด่วยด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ว่า การแก้ปัญหาน้ำมันคลาดแคลน ระยะแรกตนเสนอให้นำภาษีสรรพสามิต มาช่วยอุดหนุนกองทุนน้ำมัน เพราะรัฐถูกมองว่าทุจริต เมื่อเก็บภาษีไป ประชาชนไม่ไว้วางใจและกลัวว่าจะกระจุกตัว การเอาค่าใช้จ่ายทิพย์หรือการอ้างอิงราคาน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์ โดย รมว.พลังงานพูดว่า ให้เอาภาษีลาภลอยมาใช้ ซึ่งควรเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้เราต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ผ่านมายืมแต่จมูกคนอื่นหายใจ วันนี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยใช้ปาล์ม แทนน้ำมันใต้ดิน คือการใช้ปาล์ม และกรรมาธิการได้ศึกษา B100 พบว่ามี 11 ล้านลิตร แต่นำไปผสมแค่ 3 ล้านลิตร ซึ่งตนเชื่อว่าหากเราสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทางเกษตรได้ เงินก้อนนี้ไม่วิ่งไปต่างประเทศ แต่จะกลับมาวิ่งในประเทศ ดังนั้นควรมีวิสัยทัศน์ในอนาคต ที่จะใช้ในส่วนนี้
พ.ต.อ.ทวีกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องไฟฟ้า ที่ทราบตอนนี้เราผลิต 30% ส่วนอีก 70% ไปจ้างเอกชน ทั้งที่เราต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำมาก และยังมีการใช้พลังงานน้ำด้วย วันนี้ต้องกล้าหาญที่จะนำกฎหมายมายึดคืนการผลิตจากเอกชนหากครบกำหนด
พ.ต.อ.ทวีกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังพบว่าคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้นำไฟฟ้าจากโรงแก๊ส ไปใช้กับการผลิตเคมีภัณฑ์ แทนที่จะนำมาใช้กับครัวเรือนเรือน ซึ่งทำให้ผู้ผลิตที่มีศักยภาพมาแย่งทรัพยากรของประชาชน ตนจึงขอให้คณะกรรมการจัดการประชุมใหม่ และกลับไปใช้รูปแบบเดิม หากนำต้นทุนเชื้อเพลิงที่นำมาจากโรงงานแก๊สที่อยู่ในอ่าวไทยมาผลิตไฟฟ้าให้ใช้ในครัวเรือนราคาค่าไฟจะลดลงอีก 50 สตางค์ ค่าไฟก็จะไม่เกิน 3 บาท
หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า อีกประการคือเรื่องปุ๋ย ประเทศไทยเราโชคร้าย เพราะเกษตรกรกว่า 70% ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ปีหนึ่งใช้ประมาณ 6 ล้านตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ถึงเวลาแล้วที่ต้องศึกษา ทบทวน แก้ไขปัญหานี้ หากนำมาใช้เราจะเป็นมหาอำนาจทางเกษตร นอกจากนี้การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และประชาชนอยากให้ปรับโครงสร้างเรื่องหนี้ จึงฝากไปถึงธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) และกระทรวงการคลัง และรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขความทุกข์ของพี่น้องประชาชน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ทว #ลกถกกลางสภา #แนะนำภาษสรรพสามต #หนนกองทนนำมน #ชชองคมคาไฟ #ไมใหเกน #บาท


