ไม่ดูไม่ได้แล้ว ธุรกิจอาหาร สะเทือนทั้งระบบ สมาคมภัตตาคารชี้ ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อหด ร้านเล็กเสี่ยงรับไม่ไหว

0
0
5605
5605

น้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตร สะเทือนธุรกิจอาหารทั้งระบบ สมาคมภัตตาคารไทยชี้ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อหด เสี่ยงร้านเล็กรับไม่ไหว

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยถึงผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรต่อธุรกิจอาหารว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้ถือเป็นแรงกระแทกสำคัญต่อผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ เพราะไม่ได้กระทบเฉพาะค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ เดลิเวอรี่ และต้นทุนแฝงในห่วงโซ่อาหารทั้งหมด

ทั้งนี้ ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่พึ่งพาการขนส่งสูง โดยเฉพาะการลำเลียงวัตถุดิบสด อาหารทะเล ผัก ผลไม้ เครื่องปรุง และสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าร้านทุกวัน เมื่อราคาน้ำมันขยับขึ้น จึงทำให้ต้นทุนขนส่งและราคาสินค้าทยอยปรับตัวตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นางฐนิวรรณกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านอาหารรายย่อย ร้านอาหารตามสั่ง และร้านอาหารชุมชน ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้เต็มที่ เพราะกำลังซื้อของประชาชนยังเปราะบาง และผู้บริโภคเองก็เผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้นเช่นกัน

“วันนี้ร้านอาหารกำลังเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือ ต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่ หลายร้านจึงจำเป็นต้องลดกำไร ลดขนาด portion ปรับเมนู หรือชะลอการลงทุน เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด” นางฐนิวรรณกล่าว

นายกสมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่า หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมากได้รับผลกระทบด้านสภาพคล่อง และเสี่ยงต่อการปิดกิจการในระยะต่อไป ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการจ้างงาน เกษตรกร ผู้ค้าส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจฐานรากโดยรวม

ทั้งนี้ สมาคมภัตตาคารไทยขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น อาทิ การดูแลราคาพลังงาน การช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าอาหาร มาตรการสภาพคล่องสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค เพื่อไม่ให้ภาระต้นทุนไหลไปสู่ค่าครองชีพของประชาชนมากเกินไป

“ธุรกิจอาหารไม่ใช่เพียงภาคบริการ แต่เป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยว การจ้างงาน หากต้นทุนยังพุ่งต่อเนื่องโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะกระทบทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในวงกว้าง” นางฐนิวรรณกล่าว

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารในหลายมิติ ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวม ในภาพรวม เรามีความกังวลต่อความสามารถในการบริหารต้นทุนในระยะต่อไป หากสถานการณ์ยังคงผันผวน จึงอยากเสนอแนวดังนี้

1. พิจารณาประสานความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือลดภาระต้นทุนด้านพลังงานในระยะสั้น เช่น การตรึงราคาหรือมาตรการบรรเทาค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
2. สนับสนุนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือโครงการสนับสนุนเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหาร
3. ส่งเสริมการหารือร่วมกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ เพื่อพิจารณาโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (แเพลตฟอร์มบางรายได้ปรับขึ้น GP ส่งผลให้รายย่อยกระทบมากถึง 30% มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. 69 นี้)


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#ธรกจอาหาร #สะเทอนทงระบบ #สมาคมภตตาคารช #ตนทนพงกำลงซอหด #รานเลกเสยงรบไมไหว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่