ไม่ดูไม่ได้แล้ว บีโอไอ ชี้ 2 โอกาสลงทุนไทยฝ่าสงคราม ฟาสต์พาส 16 โครงการรอ 8 หน่วยงานอนุมัติ

0
6

บีโอไอชี้2โอกาสลงทุนไทย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ต้นทุนในการทำธุรกิจ ที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น และ2.ปัญหาวัตถุดิบบางประเภทที่เริ่มมีสัญญาณขาดแคลนและราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจจะต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อวางแผนรับมือ ทั้งนี้ มองว่าภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาหลายปี ซึ่งบทสรุปความขัดแย้งเหล่านี้จะไม่เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่รอวันคลี่คลาย แต่จะฝังตัวกลายเป็นระเบียบโลกใหม่ที่อยู่ควบคู่กับระบบเศรษฐกิจ การเงิน การค้า และการลงทุนไปอีกยาวนาน ดังนั้น นักลงทุนต้องวางแผนการลงทุนในระยะยาว โดยมองหาแหล่งลงทุนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย สามารถช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การทำธุรกิจหรือการผลิตมีความต่อเนื่องได้

“สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญแก่ประเทศไทยใน 2 ส่วน ได้แก่ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และการดึงดูดกลุ่มบุคลากรผู้มีทักษะความสามารถสูง (Talent) ให้เข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในประเทศไทย เนื่องจากการที่ทั่วโลกกำลังเกิดการเคลื่อนย้ายทั้งในด้านการลงทุนและผู้คน

ชู4จุดแข็งประเทศไทย

นายนฤตม์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ประเทศที่อยู่ตรงกลางจำเป็นต้องวางจุดยืนของตนเอง ให้เป็นประเทศที่โลกขาดไม่ได้ โดยประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่น 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ไทยมีศักยภาพและจุดแข็งอย่างมากในด้านการเกษตร การผลิตอาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ

2. ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) โลกในอนาคตจะแข่งขันกันด้วย 4 ปัจจัยหลัก คือ แร่หายาก (Rare Earth), พลังงาน, ชิป และ AI ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในด้านนี้

3. ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security) ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก ซึ่ง PCB เป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์ไฮเทคทุกชนิด

4. ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) ประเทศไทยยืนหนึ่งในภูมิภาคด้านการแพทย์และสุขภาพ (Wellness) โดยบริการด้าน Wellness ของไทยมีชื่อเสียงในระดับโลก และสามารถดึงดูดชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

“ทั้ง 4 เรื่องนี้ จะเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของโลก แล้วทำให้เป็นโอกาสที่จะสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ” นายนฤตม์ กล่าว

นอกจากนี้มิติการลงทุนของประเทศไทยในขณะนี้มีความชัดเจน ทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม และการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งความพยายามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ได้แก่ 1.กลุ่มไบโอเบส ที่จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ครอบคลุมทั้ง Bioplastic, Biomaterial และ Biofuel 2.กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า 3.กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 4.กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ และ5.กลุ่มภาคบริการที่มีมูลค่าสูง

ฟาสต์พาสนำร่อง16โครงการ

นายนฤตม์ กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดของ BOI Fast Pass เริ่มนำร่อง16 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 170,000 ล้านบาท โดยความคืบหน้าในช่วงเวลาเดือนเศษที่ผ่านมา ทั้ง 16 โครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ครบแล้วทั้งหมด และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอใบอนุญาตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  BOI Fast Pass เป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง 8 หน่วยงาน ประกอบไปด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 2.กรมโรงงานอุตสาหกรรม 3.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 4.สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) 4.กรมศุลกากร (ในส่วนของ Free Zone) 5.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) 6.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 7.การไฟฟ้านครหลวง และ8.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

“ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดงานลงนามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ร่วมกันระหว่างทั้ง 8 หน่วยงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การลดระยะเวลาในขั้นตอนการอนุมัติต่างๆ ของทุกหน่วยงานลงให้ได้ 20-50%”นายนฤตม์กล่าว


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#บโอไอ #ช #โอกาสลงทนไทยฝาสงคราม #ฟาสตพาส #โครงการรอ #หนวยงานอนมต

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่