
สศอ. เผย ดัชนีผลผลิตอุตฯ ก.พ.69 ติดลบ 0.04% สู้รบตะวันออกกลางทำผันผวน ต้นทุนผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 97.70 ติดลบ 0.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.21% เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมกลับมาหดตัว จากโรงกลั่นบางโรงหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว โดยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว 4.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยลดลง อีกทั้งความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อกระทบบรรยากาศการค้าโลก ทั้งความผันผวนของต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่อาจปรับสูงขึ้น
นายศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่ การใช้จ่ายของประชาชนขยายตัวจากเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ คาดเทศกาลตรุษจีนมีเงินสะพัดกว่า 54,221 ล้านบาท และเทศกาลวาเลนไทน์มีเงินสะพัดเกือบ 2,900 ล้านบาท ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ กระดาษ เครื่องประทินผิว อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ หมูแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง มันฝรั่งทอดกรอบ และไส้กรอก
ระบบเตือนภัยศก.เฝ้าระวังมี.ค.69
นายศุภกิจ กล่าวว่า ระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนมีนาคม 2569 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง ปัจจัยต่างประเทศมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูงจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า ส่วนปัจจัยในประเทศพบว่าต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตามภาพรวมอุตสาหกรรมปี 2569 มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยง ด้านนโยบายการค้าโลกและทิศทางการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงาน
นายศุภกิจ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งบูรณาการการทำงานเพื่อดูแลผู้ประกอบการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งช่วยผู้ผลิตลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และ Made in Thailand อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้ยังมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาสและต่อยอดได้ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สศอ #เผย #ดชนผลผลตอตฯ #ก.พ.69 #ตดลบ #สรบตะวนออกกลางทำผนผวน #ตนทนผลตสอพง


