ไม่ดูไม่ได้แล้ว หมอ BDMS แนะ ผู้ใหญ่ควรหลับอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง

0
0
WebsBI Sleeplogo Scaled
WebsBI Sleeplogo Scaled

“เดี๋ยวนอนก็ได้” คือประโยคที่หลายคนพูดกับตัวเองแทบทุกคืน โดยเฉพาะในวันที่งานยังไม่เสร็จ หรือมือถือยังเลื่อนดูไม่จบ

แต่รู้หรือไม่ว่า ‘การนอน’ ไม่ได้เป็นแค่การพักผ่อนธรรมดา หากแต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของการดูแลสุขภาพ ไม่ต่างจากการกินอาหารที่ดี หรือการออกกำลังกาย

‘นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ’ หรือ ‘หมอแอมป์’ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic ออกมาเตือนว่า การอดนอนหรือการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวมากกว่าที่หลายคนคิด

‘หมอแอมป์’ อธิบายว่า สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงมาก จึงทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระจำนวนมากขึ้น หากสะสมมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ประสาท โปรตีน ไขมัน และ DNA ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เชื่อมโยงกับความเสื่อมของระบบประสาท รวมถึงโรคอัลไซเมอร์ในระยะยาว

ช่วงเวลาที่สมองมีโอกาสฟื้นฟูตัวเองมากที่สุดคือ ‘ตอนนอนหลับ’ เพราะขณะนอนหลับ สมองจะเข้าสู่ภาวะที่อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง ทำให้เกิดช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเอง กำจัดสารอนุมูลอิสระ และเติมพลังงานให้เซลล์สมองได้อีกครั้ง

งานวิจัยยังพบว่า ในช่วงการนอนหลับลึก สมองจะกระตุ้นกระบวนการสำคัญหลายอย่าง เช่น การสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงการซ่อมแซมไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ กระบวนการเหล่านี้ช่วยให้เซลล์สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสียหายในระดับเซลล์

ขณะเดียวกัน สมองยังมีระบบกำจัดของเสียที่เรียกว่า ‘Glymphatic system’ ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสารพิษ เช่น ‘amyloid-beta’ และโปรตีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับโรคทางระบบประสาท แต่ระบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงที่ร่างกายหลับลึก หากการนอนหลับไม่ต่อเนื่อง หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบกำจัดของเสียนี้ก็จะทำงานได้ลดลง ส่งผลให้ของเสียสะสมในสมองมากขึ้น

‘หมอแอมป์’ ระบุว่า แม้การอดนอนเพียงหนึ่งคืนก็สามารถรบกวนสมดุลของสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้ และหากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในอนาคตได้

อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ ระหว่างการนอน ส่งผลให้เกิดการอักเสบและการสร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจตื่นตัวระหว่างการนอนได้มากถึง 10-43 ครั้งต่อชั่วโมง ทำให้แม้จะนอนครบชั่วโมง แต่ร่างกายก็ไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างแท้จริง

‘โรคอ้วน’ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และยิ่งน้ำหนักตัวมาก ความรุนแรงของโรคก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักจึงไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหรือเบาหวาน แต่ยังช่วยปกป้องสุขภาพสมองในระยะยาวด้วย

อีกกลุ่มที่มักเผชิญปัญหาการนอนคือ พนักงานกะ (Shift Worker) เพราะการทำงานที่สลับเวลาไปมาจะรบกวนนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย งานวิจัยพบว่า การทำงานลักษณะนี้มีความสัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน และความผิดปกติทางอารมณ์

‘หมอแอมป์’ จึงแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง และพยายามเข้านอน และตื่นในเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงลดปัจจัยที่รบกวนการนอน เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารมื้อหนักก่อนนอน และการใช้หน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลใกล้เวลานอน

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ใช่เพียงการพักผ่อนในแต่ละวัน แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว เพราะบางครั้ง การดูแลสมองในระยะยาว อาจเริ่มต้นจากเรื่องง่ายที่สุดอย่าง ‘การนอนให้พอ’

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#หมอ #BDMS #แนะ #ผใหญควรหลบอยางนอยวนละ #ชวโมง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่