
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายพิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลกระทบอย่างเป็นทางการจากหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีการสรุปสถานการณ์เข้ามาในช่วงเย็นของทุกวัน เนื่องจากมีการติดตามและประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลต่อต้นทุนการปฏิบัติงานของหน่วยกู้ชีพกู้ภัย โดยเฉพาะหน่วยอาสาสมัครและมูลนิธิต่างๆ ที่อยู่ในระบบ ซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพางบประมาณสนับสนุนแบบรายกรณี (case-based payment) จาก สพฉ. และเงินบริจาคเป็นหลัก
“ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจทำให้บางหน่วยต้องพิจารณาจำกัดระยะทางการให้บริการ เช่น ลดการวิ่งเคสระยะไกล หรือโฟกัสเฉพาะพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพและนโยบายของแต่ละหน่วย” นายพิเชษฐ์ กล่าว
เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราชดเชยค่าปฏิบัติการยังเป็นอัตราเดิม เช่น ผู้ป่วยกลุ่มอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ได้รับประมาณ 350 บาท และกลุ่มอาการปานกลาง (สีเหลือง) ประมาณ 500 บาท ขณะที่กรณีฉุกเฉินรุนแรง (สีแดง) สำหรับรถพยาบาลขั้นสูงจะได้รับประมาณ 1,100 บาท ซึ่งเป็นเพียงค่าชดเชยไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาต้นทุนที่แท้จริงซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่ามาก ทั้งนี้ ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศมีรถปฏิบัติการรวมกว่า 14,000 คัน ครอบคลุมทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมูลนิธิอาสาสมัคร แต่ยังมีอีกประมาณ 2,600 ตำบลที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติการประจำพื้นที่ ทำให้ต้องพึ่งพาหน่วยจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าไปให้บริการ
เมื่อถามว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบต่อการบริการของรถฉุกเฉินหรือไม่ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมากที่สุด เนื่องจากหน่วยปฏิบัติการอาจจำกัดการให้บริการเฉพาะพื้นที่ของตนเองก่อน ส่งผลให้การเข้าถึงบริการฉุกเฉินล่าช้า ทั้งนี้ ได้มีการสะท้อนข้อกังวลดังกล่าวต่อที่ประชุมและฝ่ายนโยบายแล้ว โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น การสนับสนุนคูปองค่าน้ำมัน หรือมาตรการเฉพาะสำหรับหน่วยกู้ชีพกู้ภัย โดยเฉพาะกลุ่มอาสาสมัครที่เป็นกำลังสำคัญของระบบ
“ยอมรับว่ามีความกังวล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุสูง หากต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่การสนับสนุนไม่เพียงพอ อาจกระทบต่อความพร้อมของเครือข่ายอาสา ถ้ามีการสนับสนุนคูปองน้ำมันให้กู้ภัยก็จะช่วยได้มาก” นายพิเชษฐ์ กล่าว
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการหยุดให้บริการ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน สพฉ.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์สั่งการทั่วประเทศ เพื่อประเมินและเตรียมมาตรการรองรับอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เลขา #สพฉ #เผยรถฉกเฉนแบกคาเชอเพลง #ชสงกรานตอาจวนวอนรฐใหคปองนำมนกภย


