ด่วน! เอกนัฏ เผยหลังรับตำแหน่งรมว.พลังงาน จะรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ตั้งคลังสำรองของรัฐ จัดการวิกฤติพลังงาน

0
0
11 3
11 3

เอกนัฏ เผยหลังรับตำแหน่งรมว.พลังงานจะเรียกโรงกลั่นทบทวนโครงสร้างรายได้ ย้ำรัฐควรมีคลังสำรองน้ำมัน จ่อปฏิรูปไฟฟ้าเปิดตลาดเสรี

วันที่ 26 มีนาคม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” วันนี้ (26 มี.ค. 2569) ว่า ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพลังงานในยุคใหม่ ต้องกล้าตัดสินใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ไปจนถึงความไม่โปร่งใสในระบบ พร้อมย้ำว่าการทำงานจะยึดข้อมูลจากประชาชนเป็นตัวตั้ง มากกว่ารายงานจากหน่วยงานรัฐเพียงด้านเดียว

ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นสำคัญคือการรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ โดยเฉพาะกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ จากเครื่องมือชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบ กลายเป็นกลไกถาวรที่บิดเบือนราคา

ดังนั้น ในบทบาทของกองทุนฯ เงินที่นำไปอุดหนุนราคาน้ำมันนั้น แท้จริงแล้วช่วยประชาชน หรือกลับกลายเป็นการชดเชยต้นทุนและกำไรให้ผู้ประกอบการในระบบ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเปิดข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดเพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ควบคู่กันนั้น จะต้องเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นเข้าหารือ เพื่อทบทวนโครงสร้างรายได้ โดยเฉพาะค่าการกลั่น (GRM) และกำไรจากสต็อกน้ำมัน หรือ Stock Gain ที่เพิ่มสูงในช่วงวิกฤติ ซึ่งต้องมีความโปร่งใสและสะท้อนต้นทุนจริง ไม่ใช่สร้างภาระให้ประชาชนในช่วงราคาพลังงานผันผวน

สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งน้ำมันขาดแคลนและราคาผันผวน ต้องเร่งตรวจสอบการไหลของน้ำมันทั้งระบบ โดยใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกข้อมูลจากคลังน้ำมันและผู้ค้า เพื่อดูเส้นทางน้ำมันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ปัจจุบันมีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในระบบ โดยข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่ามีการเบิกจ่ายออกจากคลังมากขึ้น แต่กลับไม่ถึงมือผู้บริโภค สะท้อนความเป็นไปได้ของการกักตุนหรือการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับแนวทางแก้ไขคือการสร้างระบบติดตามแบบเรียลไทม์ ทั้ง Dashboard กลาง และการติดตั้ง GPS ในรถขนน้ำมัน เพื่อให้รัฐสามารถตรวจสอบได้ว่าน้ำมันถูกส่งถึงปลายทางจริง ลดช่องโหว่การรั่วไหลออกนอกระบบ

อีกหนึ่งข้อเสนอเชิงโครงสร้าง คือการจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤติพลังงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาการสำรองของเอกชนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ หากรัฐมีน้ำมันสำรองในมือ จะสามารถอัดฉีดเข้าสู่ระบบได้ทันทีในช่วงวิกฤต ช่วยควบคุมราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระการใช้งบจากกองทุนน้ำมันที่ต้องอุดหนุนเอกชนเหมือนในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในระยะยาวควรปฏิรูปโครงสร้างไฟฟ้า ผ่านการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า เพื่อลดบทบาทการผูกขาดของผู้ซื้อรายเดียว และเปิดทางให้เกิดการแข่งขันในระบบมากขึ้น

แนวทางสำคัญคือการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน ให้สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และขายไฟส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าไฟและกระจายอำนาจการผลิตพลังงานออกจากศูนย์กลาง

“แนวทางการทำงานจะยึดหลักไม่เกรงใจอำนาจใด และพร้อมเผชิญแรงต้านจากทุกฝ่าย หากเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนปัญหาพลังงานไทยแก้ได้ ถ้ามีความกล้าและตั้งใจจริง”

ทั้งนี้ จากประสบการณ์การลงพื้นที่ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าข้อมูลจากประชาชนสะท้อนความจริงมากกว่ารายงานราชการในหลายกรณี ยืนยันว่าหากได้รับตำแหน่ง จะเดินหน้าปฏิรูปพลังงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่รับใบสั่งจากกลุ่มผลประโยชน์ใด

“หากรับตำแหน่งรมว.พลังงานจริง การเข้ามาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงบริหาร แต่คือการรื้อระบบที่ฝังรากมานาน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภคไทยทั้งประเทศ”นายเอกนัฎกล่าวย้ำ


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#เอกนฏ #เผยหลงรบตำแหนงรมว.พลงงาน #จะรอโครงสรางราคานำมนทงระบบ #ตงคลงสำรองของรฐ #จดการวกฤตพลงงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่