
กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ กับบทบาทใหม่ เปิดร้านเจลาโต้ เผยไวรัลหน้าเหมือน ‘ณเดชน์+อาเล็ก’
หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนานกว่า 5 ปี กลับมาอีกครั้งก็กลายเป็นที่ฮือฮา สำหรับ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ อดีตพิธีกรและดีเจชื่อดัง ที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียลหลังจากที่มีคลิปออกมาแล้วถูกโฟกัสว่า หน้าละม้ายกับ 2 พระเอกดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ บวก อาเล็ก ธีรเดช โดยล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดบทบาทใหม่ เป็นเชฟและนักธุรกิจเจ้าของร้านเจลาโต้ระดับพรีเมียม “PARAMETER” ที่ชั้น G Siam Paragon ก็ได้เปิดใจถึงที่มาของร้านนี้ที่ซุ่มไปเรียนไกลถึงอิตาลี และกระแสความฮอตในโลกโซเชียลว่า
หายไป 5 ปีกลับมาเปิดร้านเจลาโต้?
“ผมไปเรียนทำเจลาโต้มา แต่ว่าตอนเริ่มผมเรียนที่ไทยก่อน ตอนนั้นโควิดแล้วก็ว่างเลยไปเรียนทำขนมแล้วเกิดชอบการทำไอศครีมกับเจลาโต้ แล้วก็เรียนกับเชฟฝรั่งเศสที่ไทยก่อน แล้วตอนนั้นที่ยุโรปคลายล็อคดาว์นโควิด ผมเลยบินไปเรียนต่อที่อิตาลีเพราะเชฟฝรั่งเศสเขาแนะนำ สิ่งที่ผมเรียนคือโมเดิร์นเจลาโต้ แล้วปี 2021 ผมกำลังจะจะเอากลับมาเปิดร้านที่เมืองไทย แต่กลับไม่ได้เลยอยู่ต่อแล้วไปเจอร้านที่เป็นคลาสสิกเจลาโต้ เป็นการทำแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาอัดอากาศเข้าไป ผมกินคลาสสิคแล้วชอบมากๆ เลยทิ้งโมเดิร์นเจลาโต้ที่เรียนมาแล้วอยู่ต่อที่อิตาลีอีก 4 ปี เพื่อเรียนทำคลาสสิค เรีนนคั่วถั่ว เรียนการรีไฟน์ ไปหาฟาร์มต่างๆ”
อะไรที่ทำให้เราหลงรักเจลาโต้?
“มันคือรสชาติเลยครับ ผมไปอิตาลีมาตั้งแต่เด็ก ผมเพิ่งมารู้ว่าร้านที่ผมกินทั้งหมดมันคือโมเดิร์นเจลาโต้ ปัจจุบันอิตาลีมีร้านเจลาโต้ประมาณ 40,000 ร้าน คลาสสิคจริงๆ เหลือประมาณ 10 ร้าน คลาสสิครีไฟน์คือการทำเพลสแบบละเอียดมากๆ ผมให้ 2-3 ร้าน เท่านั้น นอกนั้นเป็นโมเดิร์น (เป็นร้านคลาสสิกรีไฟน์ร้านเดียวในไทย?) ร้านเดียว คลาสสิครีไฟน์ ไม่มีสอน ต้องฝึกทำเอง แล้วก็พัฒนาสูตรเองครับ อย่างเอาสูตรอิตาเลียนมาที่นี่ก็จะกินไม่ได้ เพราะมันหวานมากๆ เราเอามาก็ดึงน้ำตาลลงแล้วก็เพิ่มสัดส่วนอื่นเข้าไป”
เครื่องที่ใช้ก็เป็นเครื่องเก่าที่ประมูลมา?
“ถูกต้อง มันไม่มีการผลิตแล้ว จะไปซื้อคือต้องไปบิตมา ต้องไปคุยกับเขาไปเสนอราคาเขา เขาจะให้เป็นเศษซากมานะครับ แล้วเอามาทำใหม่ เสียก็คือซ่อมเอง (ราคาหนักไหม?) ก็ประมาณนึงครับ”
4 ปีที่ผ่านมามีจุดที่ท้อไหม?
“คือจริงๆ ถ้าไม่มีโควิดผมไม่ได้ทำแน่ๆ แต่ว่าพอจะกลับมันกลับไม่ได้ก็อยู่ต่อ ยิ่งเรียนยิ่งลึกไปต่อ เราไปต่อเรื่อยๆ ก็สนุกดี มันดี แต่ฟีลลิ่งตอนนั้นมันเหมือนชาเลนจ์ตัวเอง ไม่ได้ท้อหรืออะไร ทำไปเรื่อยๆ ครับ”
พัฒนาสูตรยากขนาดไหน?
“ยากมากครับ จริงๆ ที่เราเห็นรสชาติพวกถั่วต่างๆ พิตาชิโอ เฮเซลนัท เป็นรสเบสิคที่ทุกคนทำ แต่ว่ารสที่เขาแข่งขันกันจริงๆ ที่ดูแล้วว่าทำอร่อยหรือเปล่า คือ รสนม รสครีม เพราะมันไม่มีสัดส่วนอย่างอื่นเข้ามาช่วย ผมทำไป 100 กว่าครั้ง รสนมอย่างเดียวนะ”
อะไรที่ทำให้คนต้องมาลองชิมคลาสสิค เจลาโต้?
“ผมว่ามันคือรสชาติ อโรม่า และเท็กเจอร์ของมัน การกินเจลาโต้คือการกินเท็กเจอร์ ถ้าเท็กเจอร์ดี อโรม่าที่คุณใส่เข้าไปก็จะดีด้วยครับ”
ไปๆ มาๆ อิตาลี หรือไปอยู่ที่นู่นเลย?
”ก็ไปๆ มาๆ ครับ มี 3-4 เดือนที่นู่น กลับมา 1 เดือนที่นี่ บินกลับไปใหม่ หลักๆ อยู่ 3 ประเทศ อิตาลี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ฝึกทำ หาวัตุดิบ กินของชาวบ้าน (เจลาโต้โดยเฉพาะ?) อย่างเดียวครับ ผมทำอย่างอื่นไม่เป็นเลย“
ตอนนั้นยอมทิ้งงานในวงการบันเทิง?
“ใช่ครับ จริงๆ ถ้าไม่มีโควิดน่าจะไม่ได้ไปเจอสิ่งนี้นะครับ แล้วผมคงยังทำวงการบันเทิงอยู่ แต่พอมีโควิดเราก็ลึกไปเรื่อยๆ คราวนี้เลยยาวเลย”
คิดจะกลับไปวงการบันเทิงบ้างไหม?
“โอ้โห..ผมว่าน่าจะยากมากครับ เพราะว่าตอนนี้ผมอยู่ร้านทุกวัน แต่มีแอบไปเล่นหนังนะครับ ของพี่ต้อม ไม่ได้ทิ้งซะทีเดียว แต่ว่าเล่นแบบ แป๊บๆ ถ่ายเดือนนึง (รายการพิธีกร?) ผมว่าน่าจะยากมาก เพราะผมยุ่งมากเลยครับ”
ดูแลร้านนี้อย่างเดียว?
“ร้านเดียวเลยครับ จริงๆ มีคนให้ไปเปิดที่อื่น มันไปเปิดไม่ได้ เพราะเราต้องคุมการทำเพลส ทำถั่วเอง ไม่เหมือนร้านที่ผลิตทีนึงแล้วขาย 10 สาขา กระบวนการเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”
งานในวงการมีติดต่อมาเยอะไหม?
“มีติดต่อนะคับ มีเล่นหนัง ทำรายการนี่มีตลอดเวลา แต่เรายุ่งมาก”
ในขณะที่คนอื่นอยากได้งานเยอะๆ แต่เราปฎิเสธ?
“เออ..งงปะ มันเหมือนมันทำจนอิ่มมาก ทำมาตั้งแต่ 14 ตอนนี้ 47 ผมทำมา 30 กว่าปีแล้ว มันทำทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง สคริปต์ ตัดต่อ ทำฉาก ขายโฆษณา คือมันทำทุกอย่างแล้ว เลยรู้สึกว่าถ้าเราจะชาเลนจ์อะไรตัวเอง เรา 40 แล้ว เราต้องตัดสินใจว่าจะเอาอะไร ถ้าเราอยู่ในคอมฟอร์ตโซนไปเรื่อยๆ มันก็จะน่าเบื่อ สำหรับผมนะ (เลือกความสุข?) ใช่ครับ ผมว่ามันเป็นชาเลนจ์มากกว่า เหมือนเราอยากทำเรื่องอะไรแล้วเราอยากรู้ว่าเราไปได้ถึงขนาดไหน สมมุติทำบันเทิง ทำพิธีกร ผมสามารถทำได้อยู่แล้ว มันไม่ชาเลนจ์แล้วกับการทำสิ่งเดิมมา 30 ปี”
บางคนเขาก็กลัวไม่มีเงิน เราต้องก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้ยังไง?
“เอาจริงๆ นะ ตอนพี่ทำพิธีกรแล้วทำหลายๆ รายการมันได้เงินเยอะมากเลยนะ แต่ว่าว่าพอมันได้ไปเรื่อยๆๆ แล้วอ่ะ เรารู้สึกว่ามันไม่สนุกอ่ะ เพราะผมเป็นคนไม่ขับรถสปอร์ต ไม่ใส่นาฬิกา ไม่ใช้แบรนด์เนม ผมไม่รู้จะเอาตังไปทำอะไร ผมชอบทำธุรกิจ ชอบสร้างนู่นสร้างนี่ ความสุขเราเป็นแบบนั้นมากกว่า มันเลยทำแล้วก็เลยไปเรื่อยๆ กับสิ่งที่เราเลือก”
กับเศรษฐกิจตอนนี้แล้วมาเปิดร้านใหม่?
“จริงๆ หลายคนบอกมากเลย อย่าเปิดนะ ร้านอาหารเขาปิดกันกระจุย เขาก็บอกนะ แต่เราทำเสร็จแล้วอ่ะ 5 ปี อ่ะ ก็ช่างแม่งอยากเปิด (หัวเราะ) ก็เปิดเลย ผมรู้สึกว่าเราทำมาขนาดนี้ ส่วนตัวต้องมั่นใจว่ามันแตกต่างและมันอร่อย ตอนที่ทำตอนที่บ้าๆ มากๆ มีร้านนึงที่เราชอบมาที่อิตาลี พิตาชิโอเขาอร่อยมาก ผมไปกินทุกครั้ง ทำเสร็จวันพฤหัสที่เมืองไทย เย็นวันพฤหัสผมบินไปกินเขา ศุกร์บ่าย แล้วเทียบกันว่าของเราชนะเขาหรือยัง (ชนะไหม?) อร่อยกว่า (หัวเราะ) แล้วพอโมเมนต์นั้นปั๊บ เอาวะ เปิดแล้ว ทุกคนบอกอย่าเปิดๆ ช่างแม่ง เปิดเลย จะได้รู้ว่าสิ่งที่เราลองมันจริงหรือเปล่า”
กับยอดขายตอนนี้มันตรงกับเป้าที่เราตั้งไว้ไหม?
“ยอดขายเอาจริงๆ เวลาเปิดแรกๆ คนก็มากินเพราะอยากมาลอง แต่ผมบอกทีมเลยว่าเราจะไม่ทำให้มันเยอะๆ เสิร์ฟในช่วงฮันนีมูนพีเรียดเด็ดขาด ผมก็จะรักษาคุณภาพการเสิร์ฟที่จะต้องเสิร์ฟแบบนี้ ทำแบบนี้ ช้าแบบนี้ ซึ่งทุกคนถ้ามาก็อาจจะต้องรอนิดนึงนะครับ เสาร์-อาทิตย์ นี่คือคนก็ยืนด่า (หัวเราะ) ผมขอโทษด้วยนะครับ (ยกมือไหว้) ผมก็จะทำแบบนี้แหละครับ คุณต้องรอครับ ไม่งั้นมันจับยัดๆ มันไม่ได้”
มาขายเองทุกวัน?
“ทุกวันครับ เที่ยงผมถึงแล้ว 6 โมงเย็นผมกลับไปทำเพลสเตรียมเอาตัวมิกซ์มา วนเวียนเป็นโรงงานนรก (เป็นพ่อค้าเต็มตัว?) ครับ เหมือนมันรู้ว่าทำแบบนี้มันอร่อยนะ ก็จะทำแบบนี้”
ฟีดแบ็กจากลูกค้าเป็นยังไงบ้าง?
“จริงๆ แล้วการที่ทำเจลาโต้มันจะต้องมีเปอร์เซ็นต์น้ำตาลสูง แต่ส่วนตัวผมไม่ได้กินหวานผมก็ลดน้ำตาลลงแล้วปรับสูตรให้เป็นสำหรับคนไทยกิน (ฟีดแบ็กเกินคาดไหม?) เกินคาดครับ มากๆ เลย ไม่คิดเลยว่าคนจะต่อคิวเยอะ แล้วก็มากินกัน เราตั้งใจเปิดก็เปิดเลย ก็ฝ่าวิกฤติของการปิดร้านอาหารและคาเฟ่”
ตั้งเป้าไหมว่ายืนระยะได้กี่ปีถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ?
“เป้าผมตอนนี้ผมไม่ได้คิดว่าจะขยายสาขาเลย ผมคิดว่าอยากจะคั่วถั่วและทำเพลสแล้วก็เสิร์ฟแบบนี้ นิ่งๆ แบบนี้ ดูน้องๆ ให้เสิร์ฟให้ดีไปเรื่อยๆ แล้วที่เหลือมันน่าจะจัดการตัวมันเอง แต่ไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องขยายนะ เอาตอนนี้ให้ดีก่อน ให้มันอร่อย (สาขา 2 ยังไม่มีเร็วๆ นี้แน่นอน?) มีคนติดต่อมาครับ 6 ที่แล้วตอนนี้ แต่ว่าปฎิเสธเพราะมันทำไม่ได้ ผมต้องอยู่เองยืนเอง เราต้องคุมเด็กให้ทำขั้นตอนตามที่เราเซ็ตไว้”
หลายคนอาจจะเหนื่อย แต่ทำไมเราถึงอยากมาทำเอง?
“มันเหนื่อยมากเลยนะ แต่ผมรู้สึกว่าเท็กเจอร์ที่มันสวยแล้วก็รสชาติที่มันพอดี เรารู้อ่ะว่าถ้าเราไม่เฝ้ามัน มันจะไม่พอดี เราก็เฝ้ามัน ไม่สน คิดแค่นี้เลยไม่คิดไกล”
พอมาทำตรงนี้ได้เห็นตัวเองในมุมใหม่ๆ?
“เปลี่ยนตัวเองมากเลยครับ มันได้มีวินัยแล้วก็ตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นไปจากชีวิตหมด อยู่แต่การทำเจลาโต้ มันก็สนุกดี ชาเลนจ์ตัวเองดีครับ”
ความรู้สึกของการทุ่มเทมา 4-5 ปี พอวันนี้มันเป็นรูปเป็นร่างได้รับฟีดแบ็กดีขนาดนี้?
“ดีใจมากๆ รู้สึกว่าที่ทำมาแล้วคนกินเขาแบบ มันแตกต่างมากเลย อร่อยมาก นี่ดีใจมากครับ”
เจออุปสรรคอะไรบ้างไหม?
“มีครับ เสิร์ฟไม่ทันครับ มันผลิตไม่ทัน บางทีเราก็เร่งไม่ได้ มันไม่เหมือนอย่างอื่นที่ตักใส่ๆ ได้เลย มันต้องค่อยๆ ทำ ต้องจับเวลา มันแมนนวลมากๆ ต้องคอยดูว่าได้หรือยัง แต่ไม่เป็นไรค่อยๆ แก้ไปครับ”
ตอนนี้ก็กลายเป็นไวรัล คนแซวว่าเป็น ณเดชน์+อาเล็ก?
“(หัวเราะ) หูย…ไม่หรอก (เห็นกระแสไหม?) ก็คงทรงๆ หน้ายาวๆ ก็เห็นมีแซว ลูกค้าก็มีมาแซว ใช่หรือเปล่า เล่นหนังป่ะเนี่ย ก็เปล่าครับผมไม่ได้อยู่เมืองไทยนานแล้วครับ”
ลูกค้าใหม่ๆ เขารู้จัก กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ไหม?
“มีคนมาทักๆ พี่ทำรายการผีเปล่า หนูดูตั้งแต่ 10 ขวบ (หัวเราะ) บุปผาราตรีนี่ตลอด”
ใช้เวลากับเจลาโต้ขนาดนี้ เรื่องหัวใจล่ะ?
“ไม่มีเลย ผมโสดเลย สนิทเลย สมัครมาได้เลยครับ ทักไอจีมาได้เลย เอาจริงๆ ตอนที่เราไปทำเจลาโต้เราก็ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ไม่ได้ติดอะไรนะ เดี๋ยวถ้าเจอใครน่ารักก็จะจีบครับ ทำขนมด้วยก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ (เปิดรับสมัคร?) เปิดเลยครับ ไม่ได้ปิดเลยครับ (สเปคเป็นยังไง?) ตอนนี้ผมชอบคนทำขนมแล้ว คนทำอาหารคุยกันแล้วรู้เรื่อง ชอบนักกีฬา คนออกกำลังกายครับ”
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#กฤษณ #ศรภมเศรษฐ #กบบทบาทใหม #เปดรานเจลาโต #เผยไวรลหนาเหมอน #ณเดชนอาเลก


