พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR สถานีลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กระจายน้ำมันขนาดใหญ่ของ ปตท.
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการบูรณาการร่วมกับหลายภาคส่วน ประกอบด้วย นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายกฤษดา เชยคาน พลังงานจังหวัดปทุมธานี และ พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1, ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอลำลูกกา, ผู้ใหญ่บ้านตำบลลาดสวาย, กองสารนิเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PAD) รวมไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำโดย นายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คลังน้ำมันแห่งนี้มีหน้าที่จ่ายน้ำมันตามจำนวนและปริมาณที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เท่านั้น เมื่อพิจารณาข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือน (เดือนมกราคม-มีนาคม 2569) พบว่ามีปริมาณการจ่ายน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยในเดือนมกราคม 2569 มีการจ่ายน้ำมันดีเซลประมาณ 67 ล้านลิตร, เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปริมาณประมาณ 64 ล้านลิตร และเดือนมีนาคม 2569 ปริมาณประมาณ 73 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นปริมาณการส่งที่เพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบในวันที่ 29 มีนาคม 2569 ปรากฏว่าข้อมูลบัญชีการรับ-ส่ง และปริมาณน้ำมันคงเหลือของคลังแห่งนี้เป็นไปตามปกติ ไม่พบข้อพิรุธเกี่ยวกับการกักตุนที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นแต่อย่างใด
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กระทรวงยุติธรรม โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบไปวิเคราะห์ ประกอบการพิจารณา และประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ จะดำเนินการสืบสวนแสวงหาข้อมูลเชิงลึก เพื่อค้นหาข้อพิรุธหรือสาเหตุที่อาจทำให้น้ำมันขาดหายไปจากตลาด
ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำผิดกฎหมาย จนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มข้นเด็ดขาดต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ยธ.สตช #ตรวจเขมคลงนำมน #ลำลกกา #ยนไมพบพรธกกตน


