ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อแผนการเจรจาระหว่างรัฐบาลเลบานอนและอิสราเอล ซึ่งมีกำหนดการจะเกิดขึ้น ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันอังคารที่ 14 เมษายนนี้ โดยระบุว่าการเจรจาดังกล่าวเป็นเรื่องที่“เปล่าประโยชน์”
ชี้เป็นแผนปลดอาวุธ-ไร้ความหมาย
นาอิม กัสเซ็ม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่าในขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง การเจรจาจึงไม่มีความหมาย และมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของอิสราเอลคือการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้จำเป็นต้องได้รับมติที่เป็นเอกฉันท์จากประชาชนชาวเลบานอนเสียก่อน
ความเห็นที่แตกต่างระหว่างรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธ
ในขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์คัดค้าน แต่ทางด้านประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน ของเลบานอน กลับแสดงความหวังว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่การหยุดยิง พร้อมทั้งย้ำชัดเจนว่าการเจรจาเป็น“ความรับผิดชอบของรัฐบาลเลบานอนแต่เพียงผู้เดียว” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณโต้กลับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โดยตรง
สถานการณ์ความรุนแรงที่ยังคงทวีความเดือด
ปัจจุบันสถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤต โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- อิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของเลบานอน
- มีการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ลึกเข้าไปในประเทศอย่างต่อเนื่อง
- รายงานความสูญเสียตั้งแต่ 2 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,000 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 6,500 ราย
ด้านนายกัสเซ็มยืนยันว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะไม่ยอมจำนน และจะยังคงเดินหน้าตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อไป


