
อนุทิน ลั่นน้ำมันมีพอ เอกนิติยันรับมือสบาย 96 วัน ศุภจีแนะคุยอิหร่านเดินเรือสินค้า
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่อาคารรัฐสภา โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คณะกรรมการ ศบก. ผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศไทย เข้าร่วมหารือ ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก.ซึ่งติดภารกิจที่ จ.พัทลุง เข้าประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่าผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจของประชาชน และให้ผู้ค้าน้ำมันบริหารการจำหน่ายอย่างเหมาะสม
“หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ เช่น การนำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่เข้ามาซื้อเพื่อกักตุน อาจใช้ดุลยพินิจจำกัดการขาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการตามปกติ แต่ยืนยันหน่วยงานด้านพลังงานของไทย ยังคงสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง” นายอนุทิน กล่าว
นายกฯ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตนได้รับการยืนยันจากผู้ค้าน้ำมัน ทั้งซึ่งไทย ออยล์ บางจาก เชลล์ SPRC (คาลเท็กซ์) ทุกรายที่นําเข้าน้ำมันดิบยืนยันว่ายังไม่มีปัญหา หรือมีสัญญาณใดๆ ที่จะขาดแคลนน้ำมัน
“แต่ตอนนี้ เป็นวิกฤตการณ์ที่มีการสู้รบกัน ไม่ปกติ ฉะนั้น พวกเราทุกคนที่เป็นประชาชน ผู้บริโภคใช้น้ำมันในประเทศ เราก็ต้องตระหนักรู้ และเริ่มใช้มาตรการประหยัดน้ำมัน ประหยัดเชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน ทุกวันนี้การสํารองน้ำมันจาก 60 วัน เพิ่มเป็น 90 วัน ก็หวังว่ามันจะอยู่แถวๆ 100 วัน จากการที่เราไม่ส่งออกไปประเทศที่ 3 ซึ่งทุกการประหยัด จะกลับมาเป็นจํานวนวันสํารองที่เพิ่มมากขึ้น ก็อยากจะให้ช่วยกันพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ว่าในอาเซียน ประเทศไทยมีน้ำมันสํารองมากที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า น้ำมันดิบมีสามารถนำมากลั่นได้ถึง 90 วัน โดยกระทรวงพลังงานยืนยันว่ายังเหลืออีกมากและเพียงพอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ เรื่องการบริหารจัดการ การขนส่ง การทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันเพียงพอ สรุปว่าสิ่งต้องทำคือ 1.สื่อสารกับประชาชน 2.ฝากกระทรวงพลังงานเรื่องการบริหารขนส่งและโลจิสติกส์ และ 3.ภาคอุตสาหกรรมที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยบอกว่าจะต้องหาทางจัดการ
“กระทรวงพลังงานยืนยันว่าน้ำมันดิบยังสามารถบริหารจัดการได้ มีเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล เราอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอแน่นอน ให้ชี้แจง สื่อสาร และให้ดูแลการขนส่ง กระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอ ให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่าไม่ได้ขาด” นายเอกนิติ กล่าว
ด้าน นางศุภจี กล่าวถึงโอกาสทางการค้าของไทยท่ามกลางวิกฤตว่า ขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้า ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้หารือกับรัฐบาลอิหร่านเพื่อเปิดโอกาสให้เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อนทน #ลนนำมนมพอ #เอกนตยนรบมอสบาย #วน #ศภจแนะคยอหรานเดนเรอสนคา


