มาแรง! ทส.เปิดยุทธการ ‘พิทักษ์ป่าพรุควนเนียง’ ยึดคืน 842 ไร่ นายทุนรุกป่า ปลูกปาล์ม ฮึ่มฟันผิดถ้าจนท.รัฐเอี่ยว

    0
    2

    ทส.เปิดยุทธการ ‘พิทักษ์ป่าพรุควนเนียง’ ยึด 48 แปลง 840 ไร่ ลั่นขยายผลเอาผิดถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้อง

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า ภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบสภาพพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ระหว่างปี 2567 กับปีปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็นป่าสมบูรณ์ มีต้นเสม็ดขาวขึ้นหนาแน่นเป็นป่าพรุผืนใหญ่แห่งเดียวของจังหวัดสงขลา เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทรัพยากรป่าไม้ และที่อยู่ของสัตว์ป่า ทว่า 3 ปีผ่านไป พื้นที่ป่าถูกบุกรุก แผ้วถางปลูกปาล์มน้ำมันมากถึง 48 แปลง เนื้อที่กว่า 840 ไร่

    กระทั่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมาย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส. นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่บุกรุกทรัพยากรป่าไม้ พร้อมขยายผลให้ถึงที่สุดทั้งขบวนการ หลังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้อง

    ปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.1 (น้ำตกบริพัตร) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.2 (นาทวี) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.4 (ห้วยลึก) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.5 (ควนเขาวัง) ตำรวจกองกำกับการ 6 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด.43 ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสงขลา กอ.รมน.จังหวัดสงขลา และฝ่ายปกครองอำเภอควนเนียง เปิดยุทธการพิทักษ์ป่าพรุควนเนียง ปูพรมตรวจยึดพื้นที่เป้าหมาย 48 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

    โดยประสานการปฏิบัติกับสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขารัตภูมิ เพื่อขอคัดถ่ายระวางที่ดิน ในการคัดกรองพื้นที่เป้าหมายที่ปรากฏสภาพป่าเปลี่ยนแปลง และอยู่นอกเขตที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิทางที่ดิน ตามกฎหมายที่ดิน โดยสามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายได้ 3 โซน ตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ 6 และหมู่ 7 ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

    ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดการข่าวพยัคฆ์ไพรได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล กระทั่งพบว่าทุกแปลงมีลักษณะการบุกรุกที่เหมือนกัน คือมีการใช้เครื่องจักรกลหนักเข้ามาแผ่วถางเปิดพื้นที่ป่าพรุ โค่นต้นเสม็ดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติจนโล่งเตียน จากนั้นจะขุดร่องน้ำนำดินขึ้นมาถมเป็นคันดิน เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีกลุ่มนายทุนทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาดำเนินการ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเขาไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

    จากการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศปรากฏชัดเจนว่า ห้วงเวลาตั้งแต่ปี 2567-2568 มีการบุกรุกเปิดพื้นที่ป่าใหม่ ประกอบกับได้รับแจ้งเตือนจากระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าระยะไกลผ่านดาวเทียม พบว่าในเดือนกันยายน 2568 มีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าแปลงใหญ่กระจายหลายจุด โดยเฉพาะใจกลางป่าพรุ เดิมเคยเป็นป่าเสม็ดที่สมบูรณ์ เส้นทางเข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก ที่สำคัญตลอดระยะเวลา 10-20 ปีที่ผ่านมา ไม่พบร่องรอยการเข้าทำประโยชน์

    เจ้าหน้าที่จึงนำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินสำรวจวางแผนปฏิบัติการทางภาคพื้นดิน พบว่าแปลงพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดมีลักษณะการบุกรุก 3 รูปแบบ ทั้งการเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งแปลง การขยายพื้นที่จากแปลงที่ทำกินเดิม และมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมออกนอกแปลงที่ดินเอกสารสิทธิ์

    เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังปูพรมเข้าตรวจวัดพิกัดรอบพื้นที่ และรวบรวมของมูลในพื้นที่ทั้ง 48 แปลง คำนวณเนื้อที่ได้ 842-1-64 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร อยู่นอกระวางเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และอยู่นอกเขตพื้นที่ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมบันทึกเรื่องราวนำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ควนเนียง เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในฐานความผิดตามมาตรา 14 มาตรา 31 มาตรา 26/4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในฐานความผิดตามความในมาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะนำเรื่องราวทั้งหมดรายงานกรมป่าไม้ เพื่อให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุกอย่างหนักในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับได้รับข้อมูลจากพลเมืองดี อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #ทส.เปดยทธการ #พทกษปาพรควนเนยง #ยดคน #ไร #นายทนรกปา #ปลกปาลม #ฮมฟนผดถาจนท.รฐเอยว

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่