ไม่ดูไม่ได้แล้ว ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนแห่งใหม่ สืบสานแนวพระราชดำริ

    0
    0
    558 1
    558 1

    ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนแห่งใหม่ สืบสานแนวพระราชดำริ

    เมื่อเวลา 17.57 น. วันที่ 22 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ณ มูลนิธิพระดาบส เลขที่ 99/9 หมู่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี/ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี/กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  และคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส เฝ้า ฯ รับเสด็จ

    การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศเอกชลิต เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรทิพย์ พุกผาสุข กรรมการและประธานคณะกรรมการจัดหาทุนมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพลเอก สุรยุทธ์ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมา และกิจการมูลนิธิพระดาบส  ซึ่งเกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้จัดตั้งโครงการพระดาบส ขึ้นเมื่อปี 2518

    โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิมในการดำเนินโครงการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิพระดาบส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2533

    ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งองค์รองประธานกรรมการกิตติมศักดิ์

    จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “มูลนิธิพระดาบส” ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และพระราชทานเข็มที่ระลึกมูลนิธิพระดาบส แก่ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ตามลำดับ

    เสร็จแล้วเสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง

    ต่อมา เสด็จฯ ไปยังอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ทอดพระเนตรโมเดลจำลองมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ และทอดพระเนตรวีดิทัศน์ นิทรรศการมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ประกอบด้วย 49 ปี กับการพัฒนามูลนิธิพระดาบส ความเป็นมาของโรงเรียนลูกพระดาบส สมุทรปราการ  และความเป็นมาของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนพระดาบส หลักสูตร 1 ปี

    สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากบริเวณจัดนิทรรศการ ฯ ไปยังห้องประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี คณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส ผู้บริหาร ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร ฯ และผู้มีอุปการคุณ ตามลำดับ

    สำหรับ มูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ เดิมตั้งอยู่ที่ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายมาที่ทำการแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 87.5 ตารางวา ประกอบด้วยอาคาร จำนวน 10 หลัง  พร้อมสนามกีฬา เนื้อที่ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนลูกพระดาบส เพื่อรองรับการเพิ่มของจำนวนนักเรียนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น

    ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบส มีนักเรียนจบการศึกษาแล้ว 61 รุ่น จำนวน 3,778 คน ซึ่งเปิดการเรียนการสอนวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี ใน 9 สาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย  หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์, ช่างยนต์, การเกษตรพอเพียง, ช่างซ่อมบำรุง, เคหบริบาล, ช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร, ช่างเชื่อม และช่างก่อสร้าง

    โดยมูลนิธิ ฯ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการในการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ หากแต่มีความใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา และเพียรพยายามอย่างแท้จริง ให้ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาชีพต่าง ๆ ในเชิงประสบการณ์จริง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ  พัฒนาระดับความรู้ด้านวิชาชีพ  และฝึกอบรมศีลธรรม ในลักษณะโรงเรียนประจำโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 1 ปี เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวได้ รวมถึงสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป

    นางสาวโนรีอาลียา มะสารี นักเรียนรุ่นที่ 48 สายวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี สาขาเคหบริบาล กล่าวว่า ตนได้เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส เพื่อมาศึกษาหลักสูตรการดูแลผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ด้วยความหวังที่อยากจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัว เพราะเป็นหลักสูตรประจำที่ศึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จนก็จะสำเร็จหลักสูตรวิชาชีพเคหบริบาล และจะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปสมัครดูแลผู้สูงอายุตามศูนย์ต่างๆ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #ในหลวงพระราชน #ทรงเปดอาคารมลนธพระดาบส #และโรงเรยนแหงใหม #สบสานแนวพระราชดำร

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่