คอกการเมือง

“รัดเกล้า” จี้พาณิชย์แก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันดิ่งเหว เสนอ 5 แนวทางกู้ชีพเกษตรกรยั่งยืน

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกลางสภาฯ สะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรปาล์มน้ำมันกว่า 300,000 ครัวเรือน หลังเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างรุนแรง ซึ่งสวนทางกับราคาในตลาดโลก พร้อมตั้งคำถามถึงการบริหารงานของกระทรวงพาณิชย์3 ปัจจัยฉุดราคาปาล์มไทยดิ่งเหวนางรัดเกล้าชี้ให้เห็นถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาปาล์มหน้าลานปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนี้:นโยบายคุมส่งออก: การควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เมื่อ 7 เม.ย. 69 ทำราคาดิ่งจาก 9 บาท เหลือ 7 บาทต่อกิโลกรัม รายได้เกษตรกรหายไปกว่า 21% ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์การสื่อสารที่ผิดพลาด: ความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐสร้างความตื่นตระหนก เปิดช่องให้คนกลางใช้เป็นข้ออ้างกดราคาซื้อภัยแล้งเอลนีโญ: สภาพอากาศทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันในผลปาล์มต่ำกว่ามาตรฐาน กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการถูกกดราคาเสนอ 5 ทางออก แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันยั่งยืนเพื่อแก้ไขจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระบบลานเทที่ยังขาดมาตรฐานการวัดผลที่แม่นยำ...

เดือด! ผู้ช่วยเลขาฯ พรรคประชาชน ซัดสื่อไทย ‘ปัญญาอ่อน’ ปั่นข่าวพรรคแตกหวังยอดเอนเกจ

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ นายจักรพล ผลละออ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ระเบิดอารมณ์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชนไทยอย่างรุนแรง โดยใช้คำว่า "ปัญญาอ่อน" พร้อมชี้ว่าสื่อปัจจุบันขาดคุณภาพและจรรยาบรรณวิจารณ์สื่อไทยทิ้งจรรยาบรรณ หวังแค่ยอดเอนเกจนายจักรพลระบุว่า สื่อมวลชนซึ่งควรเป็น "ฐานันดรที่สี่" หรือปราการปกป้องประชาธิปไตย กลับเปลี่ยนไปนำเสนอแต่เรื่องไร้สาระและดราม่าเพื่อดึงดูดความสนใจ โดยไม่ได้คัดกรองข่าวหรือชี้นำสังคมในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมเรียกร้องให้สื่อเลิกทำงานแบบสุกเอาเผากิน และหันมาทำข่าวเชิงลึกเพื่อเสริมสร้างสติปัญญาให้แก่สังคมแทนโต้ข่าว "พรรคส้มล่มสลาย" เป็นเรื่องเกินจริงนอกจากนี้ ผู้ช่วยเลขาฯ ปชน. ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่พยายามสร้างภาพว่า "พรรคส้มกำลังแตกแยกและล่มสลาย" ซึ่งมองว่าเป็นการบิดเบือนและขยายความเกินจริงเพื่อแสวงหายอดเอนเกจ โดยยกตัวอย่างการพยายามจับคู่ให้เกิดการวิวาทะระหว่างหัวหน้าพรรคกับ อ.ปิยบุตร หรือการนำเสนอข่าวคนลาออกซ้ำๆย้ำพรรคยังแกร่ง ไม่พังเพราะคนไม่กี่คนนายจักรพลได้ชี้แจงประเด็นการลาออกของสมาชิกพรรคว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการทำงานทางการเมือง แต่การสรุปว่าพรรคจะล่มสลายนั้นเป็นการมองแค่ตัวนักการเมืองเป็นศูนย์กลาง โดยลืมคำนึงถึง สมาชิกพรรคอีกนับหมื่นนับแสนคนที่ยังคงยืนหยัด และเชื่อมั่นในจุดยืนของพรรคสุดท้ายนี้ ได้ฝากส่งกำลังใจให้ สส. และนักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกพรรคให้มุ่งมั่นทำงานต่อไป...

“พิทักษ์เดช” ชำแหละปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ยื่น 6 ข้อเสนอกู้ชีพชาวสวน จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจริงจัง

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสนับสนุนการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรไทยกำลังอยู่ในสภาวะอ่อนแอ แบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจนไร้อำนาจต่อรอง พร้อมจี้ให้รัฐบาลนำข้อเสนอไปปฏิบัติจริง อย่าปล่อยให้ปัญหา "เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา"วิกฤตเกษตรกรไทย: ต้นทุนพุ่ง ราคาผันผวนนายพิทักษ์เดช ระบุว่าปัญหาหลักคือ ราคาพืชผลมีความผันผวนสูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย น้ำมัน และการขนส่ง อีกทั้งระบบแจ้งเตือนภัยธรรมชาติยังไม่ครอบคลุม ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงลำพังเจาะลึกปัญหาตามกลุ่มเกษตรกรรมสวนผลไม้: ขาดระบบเตือนโรคพืชและช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตล้นตลาดจนราคาตกสวนยางและปาล์ม: ขาดข้อมูลต้นทุนและการจัดการดิน-น้ำอย่างเป็นระบบระบบคัดแยก: ชาวบ้านต้องแบกภาระเอง รัฐควรหนุนศูนย์รวบรวมผ่านสหกรณ์พื้นที่น้ำท่วม: ขาดกองทุนฟื้นฟูและแนวทางปลูกพืชทางเลือกที่ชัดเจนประมงชายฝั่ง: ขาดรายได้ช่วงมรสุม รัฐควรมีกองทุนช่วยเหลือหรืออาชีพเสริม6 ข้อเสนอพลิกโครงสร้างเกษตรไทยให้เข้มแข็งเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน นายพิทักษ์เดชได้เสนอ 6 แนวทางสำคัญ ดังนี้:1....

“อรรถวิชช์” ชี้ช่องโหว่ พ.ร.บ.ลดโลกร้อน บริหารซับซ้อน-ไร้อำนาจเบ็ดเสร็จ หวั่นกระทบการแข่งขันไทย

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยตั้งข้อสังเกตถึง ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ว่ายังมีเนื้อหาที่ซับซ้อนและมีช่องว่างสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในเวทีโลก จุดบอดทางเศรษฐกิจและการค้าโลก นายอรรถวิชช์ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ครอบคลุมประเด็นเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ที่จัดเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้านำเข้า ซึ่งหากไทยยังใช้พลังงานแบบผสมและไม่มีระบบจัดการที่ดี จะทำให้สินค้าไทยมีต้นทุนสูงกว่าประเทศที่ใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้เสียเปรียบในการแข่งขัน ปัญหาเชิงโครงสร้างและการบริหาร นอกเหนือจากเรื่องภาษี ยังมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการ เนื่องจาก: การจัดการภาษีคาร์บอน: เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง แต่หน่วยงานใหม่อย่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อาจไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบูรณาการข้ามกระทรวง มาตรฐาน RECs: ไทยยังขาดความเข้าใจในโครงสร้างใบรับรองการใช้พลังงานสะอาด (Renewable Energy Certificates) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่จำเป็นต่อการส่งออกไปยังยุโรป เกณฑ์การวัดผลองค์กร: บริษัทขนาดใหญ่และโรงแรม (Green Hotel) ต้องใช้ตัวชี้วัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3...

“สุรเดช” จี้รัฐบาลจริงจังแก้ฝุ่น PM2.5 เสนอสร้างหอคอยฟอกอากาศควบคู่มาตรการแก้ที่ต้นเหตุ

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหา ฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังและจริงใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยชี้ 4 ต้นเหตุหลักที่ต้องเร่งแก้ไขนายสุรเดชระบุว่า ปัญหาฝุ่นละอองเกิดจาก 4 ปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่การแจกเครื่องฟอกอากาศ ดังนี้:การเผาในที่โล่ง: ทั้งการเผาขยะและซังข้าว พืชไร่โรงงานอุตสาหกรรม: การปล่อยมลพิษที่ไม่มีการควบคุมการก่อสร้าง: ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ละเลยระบบป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายไอเสียรถยนต์: ควันพิษจากรถยนต์เก่าและเครื่องยนต์การเกษตรข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขอย่างเด็ดขาดเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน นายสุรเดชได้เสนอมาตรการให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้:ด้านการเกษตร: บังคับใช้กฎหมายห้ามเผาอย่างเคร่งครัด พร้อมสนับสนุนงบประมาณสร้าง เตาเผาขยะชุมชนไร้มลพิษ และส่งเสริมการฝังกลบแทนการเผาด้านอุตสาหกรรม: สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจโรงงานทุกสัปดาห์ หากไม่ติดตั้งเครื่องสกัดมลพิษให้ สั่งปิดโรงงานทันที และดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157)ด้านคมนาคม: ควบคุมการปล่อยมลพิษของรถยนต์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถยนต์เก่าและรถไถนา ซึ่งรัฐบาลควรช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องควบคุมมลพิษชูเทคโนโลยี "หอคอยฟอกอากาศ" กู้คืนอากาศบริสุทธิ์นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้...

“ภูมิธรรม” ลั่นเพื่อไทยหัวใจไม่เคยเปลี่ยน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมยกเครื่องพรรคเป็นที่พึ่ง ปชช.

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพการรวมตัวของทีมงานหลายรุ่น เพื่อยืนยันจุดยืนการทำงานทางการเมืองที่ยังคงยึดมั่นในหลักการเดิมรวมพลังทุกรุ่น ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางนายภูมิธรรม ระบุว่า “ทีมเพื่อไทย” คือการรวมตัวของประสบการณ์และความรู้ที่ส่งต่อมาตั้งแต่สมัย ไทยรักไทย, พลังประชาชน จนถึง เพื่อไทย ในปัจจุบัน โดยทุกคนยังมีจุดร่วมเดียวกันคือ “หัวใจ” ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ก็ตามยกเครื่องพรรคเพื่ออนาคตสำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป นายภูมิธรรมเตรียมชวนทีมงานมารวมสมองและหัวใจเพื่อนำพาประเทศเดินหน้า โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้:ยกเครื่องพรรค: ปรับปรุงโครงสร้างพรรคให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับใช้ประชาชนได้ดียิ่งกว่าเดิมเป้าหมายหลัก: เชื่อมั่นว่าการเมืองที่ดีต้องทำให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้นได้จริงจุดยืน: มุ่งมั่นให้พรรคเพื่อไทยเป็นความหวังและที่พึ่งของพี่น้องประชาชนตลอดไป

“สีหศักดิ์” หารือ ปธน.เมียนมา เห็นพ้องความร่วมมือหลายด้าน ยกระดับแก้ไขปัญหาข้ามแดน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และเข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ณ กรุงเนปยีดอเดินหน้าความร่วมมือรอบด้านจากการหารือ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในมิติต่างๆ เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ดังนี้:ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง: มุ่งเน้นความมั่นคงชายแดน การค้า การลงทุน และความมั่นคงทางพลังงานด้านการพัฒนา: ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆยกระดับการจัดการปัญหาข้ามแดนนอกจากนี้ ยังได้ตกลงที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน ได้แก่ ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ ปัญหาหมอกควันข้ามแดน และมลพิษในแม่น้ำไทยพร้อมเป็นตัวกลางสร้างสันติภาพนายสีหศักดิ์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยในการเป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างเมียนมาและอาเซียน พร้อมทั้งประกาศจุดยืนสนับสนุนให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนภายในเมียนมา เพื่อความมั่นคงของภูมิภาคในระยะยาว

วันแรก! สส. ต้องควักเงินจ่ายมื้อกลางวันเอง ‘วรงค์-จูรี’ ไลฟ์สดพาชมโซนอาหารพิเศษ

วันที่ 22 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันแรกที่ สส. ต้องจ่ายเงินซื้ออาหารมื้อกลางวันด้วยตนเอง แทนการรับอาหารจัดเลี้ยงจากทางสภาฯนโยบายใหม่ ลดการจัดเลี้ยงมาตรการนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดจากข้อตกลงร่วมกันกับพรรคการเมืองต่างๆ ในสภาฯ โดยได้มีการจัดพื้นที่บริเวณชั้น 2 ห้องอาหารติดกับห้องประชุมสภาฯ ให้เป็นโซนร้านค้าเพื่อให้บริการ สส. โดยเฉพาะวิธีการชำระเงินและสิ่งอำนวยความสะดวกใช้เงินสดแลกคูปองเพื่อซื้ออาหารสแกนจ่ายผ่าน QR Code ได้ทันทีที่หน้าร้านในอนาคต: เตรียมนำระบบบัตรอาหารแบบเติมเงินมาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินสส. แห่ไลฟ์สดโชว์โซนอาหารบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี สส. หลายท่านไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพาชมร้านอาหาร เช่น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ผู้ที่รณรงค์เรื่องนี้เป็นคนแรก และ นายจูรี นุ่มแก้ว...

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพยานผู้เชี่ยวชาญแจงปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เลือกตั้ง 69 ใน 15 วัน พร้อมปัดคำร้องนักเคลื่อนไหว

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญเร่งชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับ บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าส่งผลต่อความลับในการลงคะแนนหรือไม่ประเด็นข้อพิพาท: บัตรเลือกตั้งไม่ลับ?กรณีนี้เริ่มต้นจากผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ กกต. จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดนั้น อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนผู้ลงคะแนนและผลคะแนนได้ ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา โดยเฉพาะในเรื่องของการลงคะแนนโดยลับคำสั่งศาลและมติล่าสุดพยานผู้เชี่ยวชาญ: ให้จัดทำความเห็นตามที่ศาลกำหนดและยื่นภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือคำร้องของนักเคลื่อนไหว: ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องของ นายคงเดชา เดชรัตน์ ที่ขอเพิ่มเติมข้อเท็จจริง เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าไม่ใช่ผู้ร้องในคดีนี้ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาวินิจฉัยเป็นไปอย่างถูกต้อง ศาลจึงให้ความสำคัญกับความเห็นทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประกอบการตัดสินในขั้นตอนต่อไป

“อภิสิทธิ์” ชี้ออก พ.ร.ก.กู้เงินแก้ปัญหาปลายทาง แนะลดค่าการกลั่น-เก็บภาษีลาภลอย ลดภาระประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงทัศนะต่อกรณีที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยระบุว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง และต้องการให้รัฐบาลหันมาบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนการกู้เงินแนะลดค่าการกลั่น แทนการกู้เงินนายอภิสิทธิ์เสนอว่า รัฐบาลควรพิจารณา ลดค่าการกลั่น ซึ่งสามารถทำได้อีกพอสมควร หากลดลงได้เพียง 5 บาท จะส่งผลดีต่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้ใช้น้ำมัน แต่ยังรวมถึงการลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่าการกู้เงินมาเยียวยาเป็นกลุ่มๆข้อเสนอ "ภาษีลาภลอย" และการบริหารต้นทุนนอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางการจัดเก็บ "ภาษีลาภลอย" ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยยกตัวอย่างดังนี้:หากลดภาษีสรรพสามิต 6 บาท และเก็บค่าการกลั่น 5 บาท จะช่วยให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงอย่างเห็นได้ชัดเสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากกำไรที่เพิ่มขึ้นในช่วงราคาน้ำมันผันผวน เพื่อนำมาช่วยลดภาระประชาชนจับตาผลประชุม กบง.สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่จะเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์เชื่อว่ากระทรวงพลังงานสามารถลดราคาลงมาได้ โดยมองว่า ค่าการกลั่น 5 บาท เป็นตัวเลขที่สามารถจัดเก็บได้จริง...

Latest News

แนะนำ 5 เมนูอาหารเช้า Superfood รับเปิดเทอม 2569 บำรุงสมอง เพิ่มสมาธิ ทำง่ายใน 10 นาที

เพราะมื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้พลังงานสมองตลอดทั้งวัน การปล่อยให้ลูกท้องว่างไม่เพียงแต่ทำให้ขาดสมาธิ แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการของสมองในระยะยาว เนื่องจากสมองต้องการน้ำตาลในเลือดที่คงที่และสารอาหารเฉพาะทางเพื่อใช้ในการรับส่งสัญญาณประสาทสารอาหารสำคัญที่สมองเด็กต้องการโอเมก้า 3: พบมากในปลาและไข่ ช่วยเรื่องความจำธาตุเหล็ก: ช่วยขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองวิตามินบี: ช่วยการทำงานของระบบประสาทและลดความเครียด5 เมนู Superfood ทำง่าย ได้ประโยชน์ครบ1. ข้าวต้มปลาทูหรือปลาแซลมอนแหล่งโอเมก้า 3 ชั้นดี ย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทันทีในตอนเช้า2....
- Advertisement -spot_img