สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ออกโรงเตือนนักลงทุนให้เตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนครั้งใหญ่ โดยระบุว่า “ตลาดทุนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองโลก โดยเฉพาะบทบาทของโดนัลด์ ทรัมป์ และความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ กลายเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ทุกประเภท ทั้งหุ้น น้ำมัน และทองคำ
โลกการลงทุนยุค “มรสุม” ผันผวนรุนแรง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ FETCO เผยว่า ยุคของการลงทุนแบบสบายใจได้สิ้นสุดลงแล้ว ปัจจุบันตลาดตกอยู่ในสภาวะเหมือนมรสุมที่ความเสียหายเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน โดยไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 5 มิติความขัดแย้งหลัก ได้แก่:
- สงครามการค้า
- สงครามเทคโนโลยี
- สงครามการเงิน
- สงครามการทูตและแยกข้าง
- สงครามการทหาร
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าความผันผวนรุนแรงจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปีครึ่ง โดยมีจุดเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สหรัฐฯ-จีน, อิหร่าน, คิวบา และกรีนแลนด์ เป็นตัวเร่ง
ส่องกลุ่มหุ้นเด่น และกลุ่มที่ควรระวัง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนเมษายน 2569 อยู่ในระดับ 114.16 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว (Neutral)” โดยมีรายละเอียดกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจดังนี้:
กลุ่มที่น่าสนใจ (โอกาสเติบโต):
- ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO): ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ธนาคารพาณิชย์: พื้นฐานปลอดภัย เหมาะสำหรับการทยอยสะสม
- AI และอิเล็กทรอนิกส์: เติบโตตามเมกะเทรนด์และมีการใช้งานจริง
กลุ่มที่ควรระวัง:
กลุ่ม แฟชั่น (FASHION) ถูกมองว่าไม่น่าสนใจที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบหนักจากการรุกตลาดของสินค้าจากประเทศจีน เช่นเดียวกับดัชนี mai ที่ยังไม่ฟื้นตัวเพราะ SME ไทยเผชิญศึกหนักจากสินค้าจีน
กางแผน FETCO ชงรัฐบาลกระตุ้นตลาดทุน มิ.ย.นี้
เพื่อให้ตลาดทุนไทยกลับมาแข็งแกร่ง FETCO เตรียมเสนอ 3 มาตรการสำคัญต่อรัฐบาลในเดือนมิถุนายนนี้:
- TISA (Thai Individual Savings Account): บัญชีส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงวัยเกษียณ
- BOI to IPO: ดึงบริษัทต่างชาติที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
- สร้างกลุ่มธุรกิจดิจิทัล: เร่งดึงบริษัทเทคโนโลยีและดิจิทัลขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียนเพื่อเพิ่มความหลากหลาย
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน: ให้เน้นลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง รู้จักธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และพิจารณากระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นต่างประเทศผ่าน DR เพื่อหาโอกาสเติบโตในระดับสากล


