โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคแห่งความผันผวนขั้นสูงสุด” ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งส่วนบุคคล (Private Wealth Migration) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี 2025-2026 โดยมหาเศรษฐีไม่ได้มองหาเพียงความหรูหรา แต่เป็นการ “เก็งกำไรทางภูมิรัฐศาสตร์” เพื่อหนีภาษีและสงคราม
UAE ยืนหนึ่ง สวรรค์ของทุนอพยพ
ข้อมูลจาก New World Wealth โดย Henley & Partners ระบุว่าในปี 2025 มีเศรษฐีโยกย้ายที่พำนักถึง 142,000 ราย โดย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ครองแชมป์อันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปี ด้วยกลยุทธ์การดีไซน์ประเทศให้เป็นสวรรค์ของทุน ทั้งระบบภาษีที่เป็นมิตรและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
ไทยติด TOP 14 แต่ยังไม่ใช่ ‘บ้านถาวร’
สำหรับประเทศไทย ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของโลก มีเศรษฐีย้ายเข้าประมาณ 450 คน พร้อมนำเงินเข้ามามากกว่า 1.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่น่าดีใจทั้งหมด
ทำไมไทยเป็นได้แค่ Safe Zone ชั่วคราว?
- เน้นบริโภคไม่เน้นลงทุน: เงินที่ไหลเข้าส่วนใหญ่ลงไปที่อสังหาริมทรัพย์หรูและไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่การสร้างฐานผลิตเทคโนโลยีหรือศูนย์กลางการเงิน
- ที่หลบภัยยามวิกฤติ: ไทยถูกมองเป็นสถานที่ปลอดภัยสั้นๆ ในยามเกิดสงครามหรือโรคระบาด มากกว่าจะเป็นที่พำนักถาวร
- พฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยน: ข้อมูลจาก REIC พบว่าแม้จำนวนหน่วยคอนโดที่ต่างชาติซื้อเพิ่มขึ้น 2.2% แต่เลือกห้องที่ขนาดเล็กลงหรือราคาถูกลง
บทสรุปที่น่าสนใจคือ ไทยเป็น “เบอร์ 1 ในใจ” เมื่อโลกมีปัญหา แต่หากไม่ปรับตัวให้เป็นมากกว่าที่พักพิง ทุนเหล่านี้ก็พร้อมจะอพยพไปยังแห่งใหม่ทันทีที่สถานการณ์ในบ้านเกิดของพวกเขากลับสู่สภาวะปกติ


